วันพุธที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

BIM100 ดูแลสุขภาพอาการกรดไหลย้อน โทร 094 435 0404





BIM100 ดูแลสุขภาพอาการกรดไหลย้อน

BIM100 น้ำมังคุด อาหารเสริมสมุนไพร สร้างภูมิสมดุล

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/20

โทร 088-826-4444 , 094-709-4444

        089-071-8889 , 094-435-0404

LINE ID : @Jumbolife







โรคกรดไหลย้อน


โรคกรดไหลย้อน ถือเป็นโรคหนึ่งที่คนวัยทำงานเริ่มได้ยินบ่อยมากขึ้นในยุคนี้ ภาวะโรคกรดไหลย้อนนั้น คือภาวะที่กรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะไหลย้อนมาในหลอดอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร ส่งผลให้ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บหน้าอก

อย่างที่ทราบกันดีเมื่อเรารับประทานอาหารเข้าทางปาก อาหารจะถูกเคี้ยว และกลืนเข้าหลอดอาหาร อาหารก็ จะถูกบีบไล่ไปยังกระเพาะอาหาร ระหว่างรอยต่อของกระเพาะอาหาร และหลอดอาหารจะมีหูรูด ทำให้ที่ปิดมิให้อาหารหรือกรดไหลย้อนกลับไปยังหลอดอาหาร เมื่ออาหารอยู่ ในกระเพาะจะมีกรดออกมาจำนวนมาก เมื่ออาหารได้รับการย่อยแล้วจะถูกการบีบไปยังลำไส้เล็กนั้นเอง แต่เหตุอยู่ที่หากมีกรดไหลย้อนไปยังหลอดอาหารก็จะส่งเสียต่อสุขภาพ โดยมีอาการเจ็บหน้าอก เจ็บแน่นหน้าอก หรือแสบหน้าอก บางครั้งอาจจะรู้สึกรสเปรี้ยวนั้นั่นเอง



ปัจจัยเสี่ยงโรคกรดไหลย้อน

ภาวะกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุทั้งจากความผิดปกติของหลายๆ ส่วนในระบบเดินอาหาร อาทิ ทางกายภาพ เช่น มีหูรูดกระเพาะอาหารปิดไม่สนิท, มีการบีบตัวของหลอดอาหารที่ผิดปกติไป, มีการเลื่อนของหูรูดกระเพาะไปจากส่วนที่ควรจะเป็น ทั้งนี้หูรูดกระเพาะอาหารจะอยู่ติดกับกระบังลม ซึ่งถ้าในจุดนี้มีการเกินไป ก็ส่งผลสู่ปัจจัยหนึ่งที่ให้เกิดโรคนี้ได้ นอกจากนี้ปัจจัยที่เป็นตัวการส่งเสริมให้เกิดโรคนี้ อันดับต้นๆ คือ พฤติกรรมของตัวเรา โดยเฉพาะกับคนที่ชอบกินจุบกินจิบ รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา ชอบอาหารรสจัด ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ รีบเร่งในการทานอาหาร พฤติกรรมเช่นนี้มีโอกาสเสี่ยงสูง



สังเกตอาการโรคกรดไหลย้อนได้อย่างไร

ลักษณะอาการที่แสดงอย่างชัดเจน อันเนื่องมากจากความผิดปกติจากโรคคือ มีโรคบางโรคที่ทำให้มีน้ำลายน้อย พอมีน้ำลายน้อยก็ทำให้การชะล้างกรดมีความผิดปกติได้ หรือเกิดจากการรับประทานยาบางชนิดมีผลต่อการโรคกรดไหลย้อนได้ ซึ่งอาการบ่งชี้มาในลักษณะของ



มีอาการแสบร้อนในหน้าอก

เรอบ่อย

จุกแน่นบริเวณลิ้นปี บางรายจุกแน่นมาถึงลำคอ

นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นที่ไม่ควรมองข้าม คือการไอเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ ก็อาจเป็นไปได้ว่าเกิดกรดไหลย้อนขึ้นมาสูงจนเข้าไปในหลอดลม ส่งผลต่อการอและหอบ ซึ่งกรดเหล่านี้สามารถกระตุ้นการหอบได้ด้วย













ละเลยกรดไหลย้อน เสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร

หากปล่อยไว้จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหาร เนื่องจากว่าหลอดอาหารไม่สามารถทนทานต่อกรดได้มากนัก เพราะฉะนั้นเมื่อมีการอักเสบบ่อยๆ อาจจะทำให้เซลล์ต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามภาวะนี้เกิดได้น้อย



อย่างไรก็ตามโรคกรดไหลย้อน ไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิต แต่เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วย ทำให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานลดลง สิ่งคนไข้ต้องเผชิญจริงๆ จากโรคกรดไหลย้อนนี้ คืคนไข้ เกิดความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีอาการจุกแน่นอึดอัด แน่นหน้าอกมาก จนเกิดความกังวล นอนไม่หลับ เพราะอาการกรดไหลย้อนจะมีอาการเยอะขึ้นเมื่อนอน ส่งผลให้เกิดการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ เรียกได้ว่าเป็นการรบกวนการวิถีชีวิตในประจำวัน แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้เราเสียชีวิต



ทั้งนี้โรคกรดไหลย้อน จะมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย คล้ายๆ กับอาการของโรคกระเพาะอาหาร จึงเป็นให้ใครหลายคนเข้าใจผิด คิดว่าตนเองอาจจะเป็นโรคกระเพาะอาหาร และไปซื้อยาเคลือบแผลในกระเพาะอาหารมารับประทานเอง ซึ่งเป็นการรักษาไม่ตรงจุด



กรดไหลย้อน รักษาได้อย่างไร

เมื่อสงสัยว่าจะเกิดโรคกรดไหลย้อน อันดับแรกแพทย์อาจจะต้องซักถาม เพราะโรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง ไม่ใช่แค่เรอวันเดียว คลื่นไส้วันเดียว แล้วจะเป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งหากว่าวินิจฉัยแล้ว อาการแสดงเสี่ยงต่อโรคกรดไหลย้อน ปกติจะแนะนำให้รับประทายาปรับการหลั่งก่อน 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้การรับประทานยาเป็นทั้งการรักษาและวินิจฉัย เพราะปกติกรดไหลย้อนมักจะดีขึ้นด้วยการรับประทานยา แต่ถ้าไม่ดีขึ้น ขั้นตอนต่อไป



ปัจจุบันมีวิธีการรักษาจากการส่องกล้องเพื่อดูลักษณะของหลอดอาหาร ร่วมถึงมีการวัดการบีบตัวของหลอดอาหาร วัดความดัน ตรงบริเวณหูรูดของหลอดอาหาร ในระดับต่างๆ



ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้

1. ผู้สูงอายุ

คนอายุมากจะมีโอกาสเกิดกรดไหลย้อนสูงขึ้น เนื่องจากหูรูดกระเพาะจะหย่อนมากกว่าปกติ นอกจากนี้พออายุมากขึ้น เยื่อบุต่างๆ เสื่อมสภาพลง น้ำลายลดลง หรือต้องรับประทานยาต่างๆ หลายชนิดที่มีผลข้างเคียงทำให้น้ำลายลดลงหรือ กินยาบางอย่างที่ทำให้หูรูดกระเพาะปิดไม่สนิท ก็มีอาการของโรคกรดไหลย้อนตามม



2. คนอ้วน



ในคนที่อายุน้อย แต่มีน้ำหนักตัวที่มากขึ้น และการรับประทาน ชา กาแฟ ของมัน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นการหลั่งกรด ทั้งนี้เมื่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น ความดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น หูรูดกระเพาะก็อาจปิดไม่สนิท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น