วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บอกลามลภาวะด้วยหนุย ไวท์เว่อร์ โทร 094 7094444





บอกลามลภาวะด้วยหนุย ไวท์เว่อร์ 

สอบถามรายละเอียด

https://www.nuuivitvercollagen.com/

โทร.  088 826 4444  หรือ 094 709 4444

แอดไลน์ :  @jumbolife ((มี@ด้วยนะคะ)) หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife 


NUUI VITVER คอลลาเจน กลูต้า เกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น



มากกว่า 6 ปี ที่ หนุย ได้ทำการวิจัยและค้นคว้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพผิวสวยกระจ่างใส เราแสวงหาสารสกัดที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกและได้ค้นพบนวัตกรรมใหม่คือ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Collagen tripeptide) ที่สกัดจากปลาน้ำจืด 100% โดยงานวิจัยของสถาบัน BioMatrix (ก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ. 2481 ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)



พบว่ามีโมเลกุลเล็กเพียง 600 ดาลตัน สามารถดูดซึมได้ดีกว่า 4 เท่า ช่วยบำรุงให้ผิวมีสุขภาพดี ผสมผสานกับ แอล - กลูตาไธโอน ( L –Glutathione) ที่สกัดจากยีสต์ โดยเป็นนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นสารสกัดที่ดีที่สุดในโลก จากผลการวิจัยพบว่า แอล – กลูต้าไธโอน ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวขาวอมชมพู จึงทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติภายใน 15 วัน  และหนุย ไวท์ เวอร์ ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลกสูงถึง 22 ชนิด และ มาตราฐานการผลิตระดับสากล ควบคุมการผลิตโดย บริษัท เฟซ ลาโบะ จำกัด เมืองชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตราฐานรับรอง GMP , ISO   จึงทำให้หนุย ไวท์ เวอร์ มีผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และมีความปลอดภัยสูง





NUUI Vit VER Collagen TriPeptide 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพผิวสวย



กระจ่างใส เราแสวงหาสารสกัดที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกและได้ค้นพบนวัตกรรมใหม่คือ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Collagen tripeptide) ที่สกัดจากปลาน้ำจืด 100% สามารถดูดซึมได้ดีกว่า 4 เท่า ช่วยบำรุงให้ผิวมีสุขภาพดี ผสมผสานกับ แอล - กลูตาไธโอน (L-Glutathione) ที่สกัดจากยีสต์ โดยเป็นนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นสารสกัดที่ดีที่สุดในโลก จากผลการวิจัยพบว่า แอล–กลูต้าไธโอน ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ขาวอมชมพู จึงทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ



“ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ ” ที่ดีที่สุดในโลก



เราค้นพบโรงงานคอลลาเจนชั้นนำของโลกในประเทศญี่ปุ่น

ที่มีประสบการณ์กว่า 100 ปี

เป็นคอลลาเจนไตรเปปไทด์ โดยสกัดจากปลาน้ำจืด100%

และมีขนาดโมเลกุลเล็กเพียง 600 ดัลตัน

สามารถดูดซึมได้ดีกว่า 4 เท่า ช่วยบำรุงให้ผิวดูสวยมีสุขภาพดี

NUUI ขาวไว ภายใน15วัน





NUUI ขาวไว ภายใน15วัน

สอบถามรายละเอียด

https://www.nuuivitvercollagen.com/

โทร.  088 826 4444  หรือ 094 709 4444

แอดไลน์ :  @jumbolife ((มี@ด้วยนะคะ)) หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife 


NUUI VITVER คอลลาเจน กลูต้า เกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่น



มากกว่า 6 ปี ที่ หนุย ได้ทำการวิจัยและค้นคว้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพผิวสวยกระจ่างใส เราแสวงหาสารสกัดที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกและได้ค้นพบนวัตกรรมใหม่คือ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Collagen tripeptide) ที่สกัดจากปลาน้ำจืด 100% โดยงานวิจัยของสถาบัน BioMatrix (ก่อตั้งขึ้นปี พ.ศ. 2481 ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น)



พบว่ามีโมเลกุลเล็กเพียง 600 ดาลตัน สามารถดูดซึมได้ดีกว่า 4 เท่า ช่วยบำรุงให้ผิวมีสุขภาพดี ผสมผสานกับ แอล - กลูตาไธโอน ( L –Glutathione) ที่สกัดจากยีสต์ โดยเป็นนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นสารสกัดที่ดีที่สุดในโลก จากผลการวิจัยพบว่า แอล – กลูต้าไธโอน ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวขาวอมชมพู จึงทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติภายใน 15 วัน  และหนุย ไวท์ เวอร์ ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลกสูงถึง 22 ชนิด และ มาตราฐานการผลิตระดับสากล ควบคุมการผลิตโดย บริษัท เฟซ ลาโบะ จำกัด เมืองชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตราฐานรับรอง GMP , ISO   จึงทำให้หนุย ไวท์ เวอร์ มีผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และมีความปลอดภัยสูง





NUUI Vit VER Collagen TriPeptide 

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนมีสุขภาพผิวสวย



กระจ่างใส เราแสวงหาสารสกัดที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกและได้ค้นพบนวัตกรรมใหม่คือ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ (Collagen tripeptide) ที่สกัดจากปลาน้ำจืด 100% สามารถดูดซึมได้ดีกว่า 4 เท่า ช่วยบำรุงให้ผิวมีสุขภาพดี ผสมผสานกับ แอล - กลูตาไธโอน (L-Glutathione) ที่สกัดจากยีสต์ โดยเป็นนวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น และเป็นสารสกัดที่ดีที่สุดในโลก จากผลการวิจัยพบว่า แอล–กลูต้าไธโอน ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว ขาวอมชมพู จึงทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ



“ คอลลาเจนไตรเปปไทด์ ” ที่ดีที่สุดในโลก



เราค้นพบโรงงานคอลลาเจนชั้นนำของโลกในประเทศญี่ปุ่น

ที่มีประสบการณ์กว่า 100 ปี

เป็นคอลลาเจนไตรเปปไทด์ โดยสกัดจากปลาน้ำจืด100%

และมีขนาดโมเลกุลเล็กเพียง 600 ดัลตัน

สามารถดูดซึมได้ดีกว่า 4 เท่า ช่วยบำรุงให้ผิวดูสวยมีสุขภาพดี

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เช็ค ดร.จิล ของแท้ ของปลอม โทร 094 709 4444





เช็ค ดร.จิล ของแท้ ของปลอม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.drjillserum.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



เนื่องจากว่าสิ่งดีๆต้องใช้เวลาค่ะ ผิวหน้าก็เหมือนกัน

ดูแลรักษาใบหน้าคุณด้วย เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เป็นประจำสิขา เพื่อผิวสวย สุขภาพดี ดูกระนายสิบงขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เซรั่มของหมอ ขวดเดียว จบทุกปัญหาผิว 

ซึ่งสามารถช่วยตอบปัญหาปัญหาผิวทั้งยัง 5 ประการด้วยเซรั่มด็อกเตอร์จิล Whitening, Anti-Aging, Moisturizing, Skin Smooth

แล้วก็ Antioxidant



ส่วนประกอบหลักใน ใน เซรั่ม Dr.JILL 

Active Ingredients

จากการสกัด Growth Factor จาก Stem Cell ถึง 5 ชนิด (เยอะที่สุดในตลาดตอนนี้)

ผสมสารสำคัญ Moisturizer Complex ให้ได้สูตรที่มีคุณภาพสูงสุดตอบปัญหาปัญหาผิวอีกทั้ง 5 ประการ



ผิวขาวกระจ่างขาวสวยใสด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลแอปเปิ้ล Apple Growth Factor

-ผลแอปเปิ้ลสเต็มเซลล์สามารถฟื้นฟูเซลล์ได้มากขึ้น

-มุ่งไปที่เมลานินเพื่อช่วยลดลางเลือนจุดด่างดำ

-ช่วยปรับให้สีผิวให้บ่อยๆ

-ช่วยยั้งกรรมวิธีสร้างเม็ดสีอันเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ

-ใบหน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ



ลดเลือดริ้วรอยด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลอาร์แกน Argan Growth Factor

-สามารถลดการยุบเกร็งตัวของกล้ามที่ใบหน้า ก็เลยทำให้ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ลดลง

-ช่วยทำให้ปรับริ้วรอยลึกตื้นขึ้น และก็คุ้มครองป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

-เสริมการสร้างผิวชั้นนอกให้แข็งแรง

-ปกปักรักษาผิวให้สามารถประมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลง

-ริ้วรอยมองดูลดลางเลือน



ผิวสดชื่นด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก กุหลาบ Rose Growth Factor

-ช่วยทำให้ปรับความชุ่มชื้นแก่ผิว

-ช่วยเก็บกักน้ำ ทำให้ผิวมองดูอิ่มน้ำ สุขภาพดี

-คุ้มครองปกป้องผิวจากความแห้งหยาบคายและก็ริ้วรอย

-ลดการสูญเสียน้ำออกนอกผิว โดยเพิ่มหน้าที่เป็นตัวฉาบผิวตามธรรมชาติ



ผิวเรียบเนียนด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ใบบัวบก Centella Growth Factor

-เป็นสาร Antioxidant ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

-ช่วยสำหรับเพื่อการสร้างคอลลาเจนในผิว

-ช่วยสำหรับเพื่อการรักษาแผล ก็เลยทำให้เป็นสาร Anti-aging ได้อย่างดียิ่ง ทำให้ผิวกระชับแล้วก็มีความยืดหยุ่น

-สามารถใช้ได้ด้านหลังวิธีทำเลเซอร์ เพื่อช่วยลดการอักเสบแล้วหลังจากนั้นก็ช่วยให้การฟื้นฟูสภาพผิวเร็วขึ้น

ดร.จิล ความลับของมาริโอ้ ลดจุดด่างดำ โทร 094 709 4444





ดร.จิล ความลับของมาริโอ้ ลดจุดด่างดำ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.drjillserum.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



เพราะว่าสิ่งดีๆจำเป็นต้องใช้เวลาจ้ะ ผิวหน้าก็ด้วยเหมือนกัน

ดูแลรักษาผิวหน้าคุณด้วย เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เป็นประจำสิขา เพื่อผิวสวย สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ดูกระนายสิบงขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เซรั่มของหมอ ขวดเดียว จบทุกปัญหาผิว 

ซึ่งสามารถช่วยตอบปัญหาปัญหาผิวทั้ง 5 ประการด้วยเซรั่มด็อกเตอร์จิล Whitening, Anti-Aging, Moisturizing, Skin Smooth

และ Antioxidant



องค์ประกอบหลักใน ใน เซรั่ม Dr.JILL 

Active Ingredients

จากการสกัด Growth Factor จาก Stem Cell ถึง 5 ชนิด (เยอะที่สุดในตลาดในตอนนี้)

ผสมสารสำคัญ Moisturizer Complex ให้ได้สูตรที่มีคุณภาพสูงสุดตอบปัญหาปัญหาผิวอีกทั้ง 5 ประการ



ผิวขาวกระจ่างใส ด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลแอปเปิ้ล Apple Growth Factor

-ผลแอปเปิ้ลสเต็มเซลล์สามารถฟื้นฟูเซลล์ได้มากขึ้น

-มุ่งไปที่เมลานินเพื่อช่วยลดลางเลือนจุดด่างดำ

-ช่วยปรับสีผิวให้บ่อยๆ

-ช่วยยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีอันเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ

-ใบหน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ



ลดเลือดริ้วรอยด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลอาร์แกน Argan Growth Factor

-สามารถลดการยุบเกร็งตัวของกล้ามที่ใบหน้า ก็เลยทำให้ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ลดลง

-ช่วยให้ริ้วรอยลึกตื้นขึ้น และก็คุ้มครองป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

-เสริมการสร้างผิวชั้นนอกให้แข็งแรง

-ปกปักรักษาผิวให้สามารถประมือกับอากาศที่แปลง

-ริ้วรอยมองดูลดลางเลือน



ผิวสดชื่นด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก กุหลาบ Rose Growth Factor

-ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

-ช่วยเก็บกักน้ำ ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพแข็งแรง

-คุ้มครองผิวจากความแห้งหยาบคายแล้วก็ริ้วรอย

-ลดการสูญเสียน้ำออกนอกผิว โดยเพิ่มหน้าที่เป็นตัวฉาบผิวตามธรรมชาติ


ผิวเรียบเนียนด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ใบบัวบก Centella Growth Factor

-เป็นสาร Antioxidant ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

-ช่วยในการสร้างคอลลาเจนในผิว

-ช่วยสำหรับเพื่อการรักษาแผล ก็เลยทำให้เป็นสาร Anti-aging ได้อย่างดียิ่ง ทำให้ผิวกระชับรวมทั้งมีความยืดหยุ่น

-สามารถใช้ได้ด้านหลังแนวทางการทำเลเซอร์ เพื่อช่วยลดการอักเสบรวมทั้งช่วยปรับการฟื้นฟูสภาพผิวเร็วขึ้น

ใสๆแบบโอ้ ต้อง ดร.จิล วิธีตรวจของปลอม





ใสๆแบบโอ้ ต้อง ดร.จิล วิธีตรวจของปลอม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.drjillserum.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



เพราะว่าสิ่งดีๆจำเป็นต้องใช้เวลาจ้ะ ผิวหน้าก็ด้วยเหมือนกัน

ดูแลรักษาผิวหน้าคุณด้วย เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เป็นประจำสิขา เพื่อผิวสวย สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ดูกระนายสิบงขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เซรั่มของหมอ ขวดเดียว จบทุกปัญหาผิว 

ซึ่งสามารถช่วยตอบปัญหาปัญหาผิวทั้ง 5 ประการด้วยเซรั่มด็อกเตอร์จิล Whitening, Anti-Aging, Moisturizing, Skin Smooth

และ Antioxidant



องค์ประกอบหลักใน ใน เซรั่ม Dr.JILL 

Active Ingredients

จากการสกัด Growth Factor จาก Stem Cell ถึง 5 ชนิด (เยอะที่สุดในตลาดในตอนนี้)

ผสมสารสำคัญ Moisturizer Complex ให้ได้สูตรที่มีคุณภาพสูงสุดตอบปัญหาปัญหาผิวอีกทั้ง 5 ประการ



ผิวขาวกระจ่างใส ด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลแอปเปิ้ล Apple Growth Factor

-ผลแอปเปิ้ลสเต็มเซลล์สามารถฟื้นฟูเซลล์ได้มากขึ้น

-มุ่งไปที่เมลานินเพื่อช่วยลดลางเลือนจุดด่างดำ

-ช่วยปรับสีผิวให้บ่อยๆ

-ช่วยยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีอันเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ

-ใบหน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ



ลดเลือดริ้วรอยด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลอาร์แกน Argan Growth Factor

-สามารถลดการยุบเกร็งตัวของกล้ามที่ใบหน้า ก็เลยทำให้ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ลดลง

-ช่วยให้ริ้วรอยลึกตื้นขึ้น และก็คุ้มครองป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

-เสริมการสร้างผิวชั้นนอกให้แข็งแรง

-ปกปักรักษาผิวให้สามารถประมือกับอากาศที่แปลง

-ริ้วรอยมองดูลดลางเลือน



ผิวสดชื่นด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก กุหลาบ Rose Growth Factor

-ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

-ช่วยเก็บกักน้ำ ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพแข็งแรง

-คุ้มครองผิวจากความแห้งหยาบคายแล้วก็ริ้วรอย

-ลดการสูญเสียน้ำออกนอกผิว โดยเพิ่มหน้าที่เป็นตัวฉาบผิวตามธรรมชาติ


ผิวเรียบเนียนด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ใบบัวบก Centella Growth Factor

-เป็นสาร Antioxidant ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

-ช่วยในการสร้างคอลลาเจนในผิว

-ช่วยสำหรับเพื่อการรักษาแผล ก็เลยทำให้เป็นสาร Anti-aging ได้อย่างดียิ่ง ทำให้ผิวกระชับรวมทั้งมีความยืดหยุ่น

-สามารถใช้ได้ด้านหลังแนวทางการทำเลเซอร์ เพื่อช่วยลดการอักเสบรวมทั้งช่วยปรับการฟื้นฟูสภาพผิวเร็วขึ้น

Dr.Jill มาริโอ้ ลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำ





Dr.Jill มาริโอ้ ลดริ้วรอย ลดจุดด่างดำ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.drjillserum.com/

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



เพราะว่าสิ่งดีๆจำเป็นต้องใช้เวลาจ้ะ ผิวหน้าก็ด้วยเหมือนกัน

ดูแลรักษาผิวหน้าคุณด้วย เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เป็นประจำสิขา เพื่อผิวสวย สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ดูกระนายสิบงขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ เซรั่มด็อกเตอร์จิล DrJiLL G5 Essence เซรั่มของหมอ ขวดเดียว จบทุกปัญหาผิว 

ซึ่งสามารถช่วยตอบปัญหาปัญหาผิวทั้ง 5 ประการด้วยเซรั่มด็อกเตอร์จิล Whitening, Anti-Aging, Moisturizing, Skin Smooth

และ Antioxidant



องค์ประกอบหลักใน ใน เซรั่ม Dr.JILL 

Active Ingredients

จากการสกัด Growth Factor จาก Stem Cell ถึง 5 ชนิด (เยอะที่สุดในตลาดในตอนนี้)

ผสมสารสำคัญ Moisturizer Complex ให้ได้สูตรที่มีคุณภาพสูงสุดตอบปัญหาปัญหาผิวอีกทั้ง 5 ประการ



ผิวขาวกระจ่างใส ด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลแอปเปิ้ล Apple Growth Factor

-ผลแอปเปิ้ลสเต็มเซลล์สามารถฟื้นฟูเซลล์ได้มากขึ้น

-มุ่งไปที่เมลานินเพื่อช่วยลดลางเลือนจุดด่างดำ

-ช่วยปรับสีผิวให้บ่อยๆ

-ช่วยยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีอันเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ

-ใบหน้ากระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ



ลดเลือดริ้วรอยด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ผลอาร์แกน Argan Growth Factor

-สามารถลดการยุบเกร็งตัวของกล้ามที่ใบหน้า ก็เลยทำให้ริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ลดลง

-ช่วยให้ริ้วรอยลึกตื้นขึ้น และก็คุ้มครองป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

-เสริมการสร้างผิวชั้นนอกให้แข็งแรง

-ปกปักรักษาผิวให้สามารถประมือกับอากาศที่แปลง

-ริ้วรอยมองดูลดลางเลือน



ผิวสดชื่นด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก กุหลาบ Rose Growth Factor

-ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

-ช่วยเก็บกักน้ำ ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพแข็งแรง

-คุ้มครองผิวจากความแห้งหยาบคายแล้วก็ริ้วรอย

-ลดการสูญเสียน้ำออกนอกผิว โดยเพิ่มหน้าที่เป็นตัวฉาบผิวตามธรรมชาติ


ผิวเรียบเนียนด้วย โกรทแฟคเตอร์ จาก ใบบัวบก Centella Growth Factor

-เป็นสาร Antioxidant ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต

-ช่วยในการสร้างคอลลาเจนในผิว

-ช่วยสำหรับเพื่อการรักษาแผล ก็เลยทำให้เป็นสาร Anti-aging ได้อย่างดียิ่ง ทำให้ผิวกระชับรวมทั้งมีความยืดหยุ่น

-สามารถใช้ได้ด้านหลังแนวทางการทำเลเซอร์ เพื่อช่วยลดการอักเสบรวมทั้งช่วยปรับการฟื้นฟูสภาพผิวเร็วขึ้น

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2561

สร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม





สร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้องและดูดซับแรงกระแทกภายในข้อเข่ามีการสึกหรอและเสื่อมสภาพลง หากกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นพื้นที่กว้าง กระดูกในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวด โดยทั่วไปหากเกิดจากการเสื่อมของข้อมักจะเริ่มจากข้อเข่าด้านในก่อน เมื่อมีการสึกเพิ่มขึ้นจึงเสื่อมทั้ง 3 ข้อย่อยคือ ผิวข้อด้านใน ผิวข้อด้านนอก และผิวข้อด้านหลังกระดูกสะบ้า



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



-อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

-การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

-เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

-โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้-เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

-กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

-เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์



อาการเริ่มแรกที่เตือนให้รู้ว่าเข่ากำลังมีปัญหา

เจ็บปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นปวดแบบเมื่อยๆ พอทน ปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือในรายที่เข่าได้รับบาดเจ็บ จะปวดแบบเฉียบพลันและปวดรุนแรง

เข่าบวม เข่าที่บวมทันทีภายหลังจากได้รับบาดเจ็บ มักเกิดจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า บวมที่เกิดขึ้นช้าๆ มักเกิดจากมีความผิดปกติขององค์ประกอบภายในข้อเอง

เข่าอ่อนหรือเข่าสะดุดติด อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่างภายในข้อ ทำให้งอ หรือเหยียดเข่าในทันทีทันใดไม่ได้ เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ฉีกขาด หรือเศษกระดูกที่หยุดอยู่ในข้อ

เข่าฝืดหรือยึดติด อาจเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน นั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น หรือเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า

เมื่อปรากฎอาการดังกล่าวแล้วแสดงว่า ท่านเริ่มมีปัญหาของข้อเข่า ควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง และพิจารณาดูว่า มีอะไรเป็นสาเหตุดังกล่าว จะเป็นต้องเริ่มต้นฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะให้หลักประกันได้ว่า ท่านจะสามารถยืนและเดินอยู่บนขา และเข่าของตนเองได้ตลอดไป

บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าอักเสบ โทร 0947094444





บิม100 โรคข้อเข่าเสื่อม ข้อเข่าอักเสบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้องและดูดซับแรงกระแทกภายในข้อเข่ามีการสึกหรอและเสื่อมสภาพลง หากกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นพื้นที่กว้าง กระดูกในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวด โดยทั่วไปหากเกิดจากการเสื่อมของข้อมักจะเริ่มจากข้อเข่าด้านในก่อน เมื่อมีการสึกเพิ่มขึ้นจึงเสื่อมทั้ง 3 ข้อย่อยคือ ผิวข้อด้านใน ผิวข้อด้านนอก และผิวข้อด้านหลังกระดูกสะบ้า



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



-อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

-การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

-เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

-โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้-เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

-กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

-เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์



อาการเริ่มแรกที่เตือนให้รู้ว่าเข่ากำลังมีปัญหา

เจ็บปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นปวดแบบเมื่อยๆ พอทน ปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือในรายที่เข่าได้รับบาดเจ็บ จะปวดแบบเฉียบพลันและปวดรุนแรง

เข่าบวม เข่าที่บวมทันทีภายหลังจากได้รับบาดเจ็บ มักเกิดจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า บวมที่เกิดขึ้นช้าๆ มักเกิดจากมีความผิดปกติขององค์ประกอบภายในข้อเอง

เข่าอ่อนหรือเข่าสะดุดติด อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่างภายในข้อ ทำให้งอ หรือเหยียดเข่าในทันทีทันใดไม่ได้ เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ฉีกขาด หรือเศษกระดูกที่หยุดอยู่ในข้อ

เข่าฝืดหรือยึดติด อาจเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน นั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น หรือเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า

เมื่อปรากฎอาการดังกล่าวแล้วแสดงว่า ท่านเริ่มมีปัญหาของข้อเข่า ควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง และพิจารณาดูว่า มีอะไรเป็นสาเหตุดังกล่าว จะเป็นต้องเริ่มต้นฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะให้หลักประกันได้ว่า ท่านจะสามารถยืนและเดินอยู่บนขา และเข่าของตนเองได้ตลอดไป

เลิกทรมานกับอาการปวดกระดูก Bim100 โรคข้อเข่าเสื่อม





เลิกทรมานกับอาการปวดกระดูก Bim100 โรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้องและดูดซับแรงกระแทกภายในข้อเข่ามีการสึกหรอและเสื่อมสภาพลง หากกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นพื้นที่กว้าง กระดูกในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวด โดยทั่วไปหากเกิดจากการเสื่อมของข้อมักจะเริ่มจากข้อเข่าด้านในก่อน เมื่อมีการสึกเพิ่มขึ้นจึงเสื่อมทั้ง 3 ข้อย่อยคือ ผิวข้อด้านใน ผิวข้อด้านนอก และผิวข้อด้านหลังกระดูกสะบ้า



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้


-อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

-การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

-เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด



-โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้-เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

-กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

-เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์



อาการเริ่มแรกที่เตือนให้รู้ว่าเข่ากำลังมีปัญหา

เจ็บปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นปวดแบบเมื่อยๆ พอทน ปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือในรายที่เข่าได้รับบาดเจ็บ จะปวดแบบเฉียบพลันและปวดรุนแรง

เข่าบวม เข่าที่บวมทันทีภายหลังจากได้รับบาดเจ็บ มักเกิดจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า บวมที่เกิดขึ้นช้าๆ มักเกิดจากมีความผิดปกติขององค์ประกอบภายในข้อเอง

เข่าอ่อนหรือเข่าสะดุดติด อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่างภายในข้อ ทำให้งอ หรือเหยียดเข่าในทันทีทันใดไม่ได้ เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ฉีกขาด หรือเศษกระดูกที่หยุดอยู่ในข้อ

เข่าฝืดหรือยึดติด อาจเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน นั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น หรือเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า

เมื่อปรากฎอาการดังกล่าวแล้วแสดงว่า ท่านเริ่มมีปัญหาของข้อเข่า ควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง และพิจารณาดูว่า มีอะไรเป็นสาเหตุดังกล่าว จะเป็นต้องเริ่มต้นฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะให้หลักประกันได้ว่า ท่านจะสามารถยืนและเดินอยู่บนขา และเข่าของตนเองได้ตลอดไป

Bim100 สร้างน้ำหล่อเลี้ยงเข่า โรคข้อเข่าเสื่อม T.094 7094444





Bim100 สร้างน้ำหล่อเลี้ยงเข่า โรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้องและดูดซับแรงกระแทกภายในข้อเข่ามีการสึกหรอและเสื่อมสภาพลง หากกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นพื้นที่กว้าง กระดูกในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวด โดยทั่วไปหากเกิดจากการเสื่อมของข้อมักจะเริ่มจากข้อเข่าด้านในก่อน เมื่อมีการสึกเพิ่มขึ้นจึงเสื่อมทั้ง 3 ข้อย่อยคือ ผิวข้อด้านใน ผิวข้อด้านนอก และผิวข้อด้านหลังกระดูกสะบ้า



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



-อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

-การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต

-เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

-โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้-เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

-กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

-เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์



อาการเริ่มแรกที่เตือนให้รู้ว่าเข่ากำลังมีปัญหา

เจ็บปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นปวดแบบเมื่อยๆ พอทน ปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือในรายที่เข่าได้รับบาดเจ็บ จะปวดแบบเฉียบพลันและปวดรุนแรง

เข่าบวม เข่าที่บวมทันทีภายหลังจากได้รับบาดเจ็บ มักเกิดจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า บวมที่เกิดขึ้นช้าๆ มักเกิดจากมีความผิดปกติขององค์ประกอบภายในข้อเอง

เข่าอ่อนหรือเข่าสะดุดติด อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่างภายในข้อ ทำให้งอ หรือเหยียดเข่าในทันทีทันใดไม่ได้ เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ฉีกขาด หรือเศษกระดูกที่หยุดอยู่ในข้อ

เข่าฝืดหรือยึดติด อาจเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน นั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น หรือเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า

เมื่อปรากฎอาการดังกล่าวแล้วแสดงว่า ท่านเริ่มมีปัญหาของข้อเข่า ควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง และพิจารณาดูว่า มีอะไรเป็นสาเหตุดังกล่าว จะเป็นต้องเริ่มต้นฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะให้หลักประกันได้ว่า ท่านจะสามารถยืนและเดินอยู่บนขา และเข่าของตนเองได้ตลอดไป

ปวดเข่าจนเดินไม่ได้ BIM100 ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม





ปวดเข่าจนเดินไม่ได้ BIM100 ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งทำหน้าที่ปกป้องและดูดซับแรงกระแทกภายในข้อเข่ามีการสึกหรอและเสื่อมสภาพลง หากกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นพื้นที่กว้าง กระดูกในข้อเข่าจะเสียดสีกันเอง ทำให้เกิดการอักเสบและมีอาการปวด โดยทั่วไปหากเกิดจากการเสื่อมของข้อมักจะเริ่มจากข้อเข่าด้านในก่อน เมื่อมีการสึกเพิ่มขึ้นจึงเสื่อมทั้ง 3 ข้อย่อยคือ ผิวข้อด้านใน ผิวข้อด้านนอก และผิวข้อด้านหลังกระดูกสะบ้า



สาเหตุของเข่าเสื่อม



สาเหตุของเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนที่ทำหน้าที่ปกป้องส่วนปลายกระดูกข้อต่อเสื่อมลง ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ได้กล่าวในข้างต้นตามมา เข่าเสื่อมที่มาจากสาเหตุอื่นหรือไม่ทราบสาเหตุ มีดังต่อไปนี้



-อายุ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเข่าเสื่อมจะมีมากขึ้นเมื่อมีอายุที่มากขึ้น แต่ก็สามารถเกิดกับผู้ที่อายุยังน้อยได้เช่นกัน โดยความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อมีอายุ 40 ปี ขึ้นไป

-การบาดเจ็บ ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ และแม้ว่าจะได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติแล้ว แต่ก็ยังเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดเข่าเสื่อมได้ในอนาคต



-เพศ เพศหญิงมีโอกาสเกิดเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป แต่ในกรณีนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

-โรคอ้วน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือเป็นโรคอ้วน อาจทำให้ข้อต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อเข่าต้องรับน้ำหนัก 3-4 เท่าต่อน้ำหนักตัว  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้-เข่าเสื่อมได้เมื่อเวลาผ่านไป

-กรรมพันธุ์ ผู้ป่วยข้ออักเสบบางรายจะพบว่ามีประวัติของคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม

-เกิดจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ เข่าเสื่อมอาจมีสาเหตุจากโรคข้ออักเสบชนิดอื่น ๆ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดการทำลายของข้อต่อ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์



อาการเริ่มแรกที่เตือนให้รู้ว่าเข่ากำลังมีปัญหา

เจ็บปวด เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด อาจเป็นปวดแบบเมื่อยๆ พอทน ปวดแบบเป็นๆ หายๆ หรือในรายที่เข่าได้รับบาดเจ็บ จะปวดแบบเฉียบพลันและปวดรุนแรง

เข่าบวม เข่าที่บวมทันทีภายหลังจากได้รับบาดเจ็บ มักเกิดจากมีเลือดออกภายในข้อเข่า บวมที่เกิดขึ้นช้าๆ มักเกิดจากมีความผิดปกติขององค์ประกอบภายในข้อเอง

เข่าอ่อนหรือเข่าสะดุดติด อาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากมีบางสิ่งบางอย่างภายในข้อ ทำให้งอ หรือเหยียดเข่าในทันทีทันใดไม่ได้ เช่น เส้นเอ็นหรือกระดูกอ่อนที่ฉีกขาด หรือเศษกระดูกที่หยุดอยู่ในข้อ

เข่าฝืดหรือยึดติด อาจเป็นเฉพาะบางช่วงเวลาของวัน เช่น ตอนเช้าหลังตื่นนอน นั่งนานๆ แล้วลุกขึ้น หรือเกิดขึ้นภายหลังจากได้รับบาดเจ็บที่ข้อเข่า

เมื่อปรากฎอาการดังกล่าวแล้วแสดงว่า ท่านเริ่มมีปัญหาของข้อเข่า ควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง และพิจารณาดูว่า มีอะไรเป็นสาเหตุดังกล่าว จะเป็นต้องเริ่มต้นฝึกออกกำลังกล้ามเนื้อของข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่จะให้หลักประกันได้ว่า ท่านจะสามารถยืนและเดินอยู่บนขา และเข่าของตนเองได้ตลอดไป

อาการปวดเข่าทำลายสุขภาพ บิม100 ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม





อาการปวดเข่าทำลายสุขภาพ บิม100 ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม มีสาเหตุมาจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งปฏิบัติภารกิจคุ้มครองและก็ดูดซับแรงชนด้านในข้อหัวเข่ามีการผุกร่อนรวมทั้งย่อยสลายลง ถ้าเกิดกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นหลักที่กว้าง กระดูกในข้อหัวเข่าจะเสียดสีคุ้นเคย กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการอักเสบแล้วก็มีลักษณะอาการปวด โดยปกติแม้มีต้นเหตุจากการเสื่อมของข้อชอบเริ่มจากข้อหัวเข่าข้างในก่อน เมื่อมีการสึกมากขึ้นก็เลยเสื่อมทั้งยัง 3 ข้อย่อยเป็น ผิวข้อภายใน ผิวข้อภายนอก รวมทั้งผิวข้อข้างหลังกระดูกสะบ้า



ต้นเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม

-พันธุกรรมรวมทั้งความไม่ดีเหมือนปกติโดยกำเนิดบางจำพวก เป็นต้นว่า ขาหรือหัวเข่าผิดแบบ

-อายุรวมทั้งเพศ โดยเมื่อแก่ขึ้น ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการซ่อมตนเองของ-กระดูกอ่อนก็ลดน้อยลง ยิ่งกว่านั้น หญิงที่แก่มากยิ่งกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีลักษณะท่าทางของการเกิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชายที่อายุเสมอกัน

-น้ำหนักตัวมากมาย (BMI มากยิ่งกว่า 23 กิโลกรัม/มัธยม2)

-เรื่องราวเจ็บที่ข้อหัวเข่า ซึ่งทำให้ได้โอกาสกำเนิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้สูง โดยบางทีอาจสำเร็จจาก





--อาการบาดเจ็บ โดยถึงแม้ว่าร่างกายจะมีการซ่อมตนเองข้างหลังอาการบาดเจ็บ -ส่วนประกอบข้อหัวเข่าก็บางทีอาจไม่แข็งแรงดังเดิม

--ได้รับการดูแลและรักษาผิดจำเป็นต้อง

-การใช้ข้อหัวเข่าหักโหมบ่อยๆหรืออาการบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นต้องงอเข่ามากจนเกินไป ได้แก่ -การคุกหัวเข่า หรือนั่งยองๆซึ่งทำให้หัวเข่าจะต้องรับแรงกดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหรือบ่อย

-โรคไขข้ออักเสบ ดังเช่นว่า รูมาตอยด์ เกาท์ ทำให้กระดูกอ่อนถูกทำลายตราบจนกระทั่งหมดไป ก่อให้เกิดลักษณะของการปวดรวมทั้งข้อติดแข็งตามมา



อาการและอาการแสดงของโรคข้อเข้าเสื่อม



อาการและก็อาการแสดงของคนที่มีภาวะข้อเข้าเริ่มเสื่อม แบ่งได้ 3 ลักษณะดังนี้



1. อาการปวด บวม ที่ข้อเข่า ดังเช่นว่า ลักษณะของการปวดรอบๆข้อหัวเข่าขณะเดิน หรือขณะเดินขึ้นลงบันได บางคนอาจมีลักษณะของการปวดเวลากลางคืนในระหว่างที่นอน หรือ ปวดระหว่างที่นั่งพักได้ หรือมีลักษณะอาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยืนลงน้ำหนักนานๆในรายที่มีการอักเสบของข้อหัวเข่าจะมีลักษณะข้อเข่าบวมเป็นๆหายๆ



2. อาการข้อฝืด หรือ ตึงข้อขณะเคลื่อน ดังเช่นมีลักษณะหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ไม่อาจจะขยับข้อเข้าได้ตามเดิม หรือ มีลักษณะขณะแปลงท่าดังเช่น ปวดหัวเข่าเมื่อลุกขึ้นยืน หรือ เดิน รู้สึกเสมือนข้อหัวเข่าติดขยับทุกข์ยากลำบาก มีลักษณะตึงๆข้อเข่า



3. ความรู้การใช้งานข้อหัวเข่าน้อย เช่น ไม่สามารถที่จะเดินขึ้นลงบันไดได้ ขึ้นลงรถยนต์ทุกข์ยากลำบาก การชูขาใส่กางเกงทุกข์ยากลำบาก ไม่สามารถที่จะทำกิจวัตรที่ทำเป็นประจำได้กระปรี้กระเปร่าอย่างเดิม



ด้วยเหตุดังกล่าว การรู้จักโรคข้อเข้าเสื่อมแล้ว พยายามดูแลแล้วก็รักษาข้อ ไว้ให้ใช้งานนานๆใช้ข้ออย่างถูกแนวทาง ควบคุมน้ำหนักตัวให้เข้าขั้นมาตรฐาน จะเป็นกรรมวิธีการที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการคุ้มครองโรคข้อหัวเข่าเสื่อมในคนสูงอายุถัดไป

อาการปวดข้อจนถึงขา Bim100 ดูแลอาการปวดเข่า





อาการปวดข้อจนถึงขา Bim100 ดูแลอาการปวดเข่า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม มีสาเหตุมาจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งปฏิบัติภารกิจคุ้มครองและก็ดูดซับแรงชนด้านในข้อหัวเข่ามีการผุกร่อนรวมทั้งย่อยสลายลง ถ้าเกิดกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นหลักที่กว้าง กระดูกในข้อหัวเข่าจะเสียดสีคุ้นเคย กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการอักเสบแล้วก็มีลักษณะอาการปวด โดยปกติแม้มีต้นเหตุจากการเสื่อมของข้อชอบเริ่มจากข้อหัวเข่าข้างในก่อน เมื่อมีการสึกมากขึ้นก็เลยเสื่อมทั้งยัง 3 ข้อย่อยเป็น ผิวข้อภายใน ผิวข้อภายนอก รวมทั้งผิวข้อข้างหลังกระดูกสะบ้า



ต้นเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม

-พันธุกรรมรวมทั้งความไม่ดีเหมือนปกติโดยกำเนิดบางจำพวก เป็นต้นว่า ขาหรือหัวเข่าผิดแบบ

-อายุรวมทั้งเพศ โดยเมื่อแก่ขึ้น ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการซ่อมตนเองของ-กระดูกอ่อนก็ลดน้อยลง ยิ่งกว่านั้น หญิงที่แก่มากยิ่งกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีลักษณะท่าทางของการเกิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชายที่อายุเสมอกัน

-น้ำหนักตัวมากมาย (BMI มากยิ่งกว่า 23 กิโลกรัม/มัธยม2)

-เรื่องราวเจ็บที่ข้อหัวเข่า ซึ่งทำให้ได้โอกาสกำเนิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้สูง โดยบางทีอาจสำเร็จจาก





--อาการบาดเจ็บ โดยถึงแม้ว่าร่างกายจะมีการซ่อมตนเองข้างหลังอาการบาดเจ็บ -ส่วนประกอบข้อหัวเข่าก็บางทีอาจไม่แข็งแรงดังเดิม

--ได้รับการดูแลและรักษาผิดจำเป็นต้อง

-การใช้ข้อหัวเข่าหักโหมบ่อยๆหรืออาการบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นต้องงอเข่ามากจนเกินไป ได้แก่ -การคุกหัวเข่า หรือนั่งยองๆซึ่งทำให้หัวเข่าจะต้องรับแรงกดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหรือบ่อย

-โรคไขข้ออักเสบ ดังเช่นว่า รูมาตอยด์ เกาท์ ทำให้กระดูกอ่อนถูกทำลายตราบจนกระทั่งหมดไป ก่อให้เกิดลักษณะของการปวดรวมทั้งข้อติดแข็งตามมา



อาการและอาการแสดงของโรคข้อเข้าเสื่อม



อาการและก็อาการแสดงของคนที่มีภาวะข้อเข้าเริ่มเสื่อม แบ่งได้ 3 ลักษณะดังนี้



1. อาการปวด บวม ที่ข้อเข่า ดังเช่นว่า ลักษณะของการปวดรอบๆข้อหัวเข่าขณะเดิน หรือขณะเดินขึ้นลงบันได บางคนอาจมีลักษณะของการปวดเวลากลางคืนในระหว่างที่นอน หรือ ปวดระหว่างที่นั่งพักได้ หรือมีลักษณะอาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยืนลงน้ำหนักนานๆในรายที่มีการอักเสบของข้อหัวเข่าจะมีลักษณะข้อเข่าบวมเป็นๆหายๆ



2. อาการข้อฝืด หรือ ตึงข้อขณะเคลื่อน ดังเช่นมีลักษณะหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ไม่อาจจะขยับข้อเข้าได้ตามเดิม หรือ มีลักษณะขณะแปลงท่าดังเช่น ปวดหัวเข่าเมื่อลุกขึ้นยืน หรือ เดิน รู้สึกเสมือนข้อหัวเข่าติดขยับทุกข์ยากลำบาก มีลักษณะตึงๆข้อเข่า



3. ความรู้การใช้งานข้อหัวเข่าน้อย เช่น ไม่สามารถที่จะเดินขึ้นลงบันไดได้ ขึ้นลงรถยนต์ทุกข์ยากลำบาก การชูขาใส่กางเกงทุกข์ยากลำบาก ไม่สามารถที่จะทำกิจวัตรที่ทำเป็นประจำได้กระปรี้กระเปร่าอย่างเดิม



ด้วยเหตุดังกล่าว การรู้จักโรคข้อเข้าเสื่อมแล้ว พยายามดูแลแล้วก็รักษาข้อ ไว้ให้ใช้งานนานๆใช้ข้ออย่างถูกแนวทาง ควบคุมน้ำหนักตัวให้เข้าขั้นมาตรฐาน จะเป็นกรรมวิธีการที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการคุ้มครองโรคข้อหัวเข่าเสื่อมในคนสูงอายุถัดไป

อาการเจ็บจากการปวดกระดูก Bim100 โรคข้อเข่าอักเสบ





อาการเจ็บจากการปวดกระดูก Bim100 โรคข้อเข่าอักเสบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม มีสาเหตุมาจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งปฏิบัติภารกิจคุ้มครองและก็ดูดซับแรงชนด้านในข้อหัวเข่ามีการผุกร่อนรวมทั้งย่อยสลายลง ถ้าเกิดกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นหลักที่กว้าง กระดูกในข้อหัวเข่าจะเสียดสีคุ้นเคย กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการอักเสบแล้วก็มีลักษณะอาการปวด โดยปกติแม้มีต้นเหตุจากการเสื่อมของข้อชอบเริ่มจากข้อหัวเข่าข้างในก่อน เมื่อมีการสึกมากขึ้นก็เลยเสื่อมทั้งยัง 3 ข้อย่อยเป็น ผิวข้อภายใน ผิวข้อภายนอก รวมทั้งผิวข้อข้างหลังกระดูกสะบ้า



ต้นเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม

-พันธุกรรมรวมทั้งความไม่ดีเหมือนปกติโดยกำเนิดบางจำพวก เป็นต้นว่า ขาหรือหัวเข่าผิดแบบ

-อายุรวมทั้งเพศ โดยเมื่อแก่ขึ้น ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการซ่อมตนเองของ-กระดูกอ่อนก็ลดน้อยลง ยิ่งกว่านั้น หญิงที่แก่มากยิ่งกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีลักษณะท่าทางของการเกิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชายที่อายุเสมอกัน

-น้ำหนักตัวมากมาย (BMI มากยิ่งกว่า 23 กิโลกรัม/มัธยม2)

-เรื่องราวเจ็บที่ข้อหัวเข่า ซึ่งทำให้ได้โอกาสกำเนิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้สูง โดยบางทีอาจสำเร็จจาก





--อาการบาดเจ็บ โดยถึงแม้ว่าร่างกายจะมีการซ่อมตนเองข้างหลังอาการบาดเจ็บ -ส่วนประกอบข้อหัวเข่าก็บางทีอาจไม่แข็งแรงดังเดิม

--ได้รับการดูแลและรักษาผิดจำเป็นต้อง

-การใช้ข้อหัวเข่าหักโหมบ่อยๆหรืออาการบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นต้องงอเข่ามากจนเกินไป ได้แก่ -การคุกหัวเข่า หรือนั่งยองๆซึ่งทำให้หัวเข่าจะต้องรับแรงกดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหรือบ่อย

-โรคไขข้ออักเสบ ดังเช่นว่า รูมาตอยด์ เกาท์ ทำให้กระดูกอ่อนถูกทำลายตราบจนกระทั่งหมดไป ก่อให้เกิดลักษณะของการปวดรวมทั้งข้อติดแข็งตามมา



อาการและอาการแสดงของโรคข้อเข้าเสื่อม



อาการและก็อาการแสดงของคนที่มีภาวะข้อเข้าเริ่มเสื่อม แบ่งได้ 3 ลักษณะดังนี้



1. อาการปวด บวม ที่ข้อเข่า ดังเช่นว่า ลักษณะของการปวดรอบๆข้อหัวเข่าขณะเดิน หรือขณะเดินขึ้นลงบันได บางคนอาจมีลักษณะของการปวดเวลากลางคืนในระหว่างที่นอน หรือ ปวดระหว่างที่นั่งพักได้ หรือมีลักษณะอาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยืนลงน้ำหนักนานๆในรายที่มีการอักเสบของข้อหัวเข่าจะมีลักษณะข้อเข่าบวมเป็นๆหายๆ



2. อาการข้อฝืด หรือ ตึงข้อขณะเคลื่อน ดังเช่นมีลักษณะหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ไม่อาจจะขยับข้อเข้าได้ตามเดิม หรือ มีลักษณะขณะแปลงท่าดังเช่น ปวดหัวเข่าเมื่อลุกขึ้นยืน หรือ เดิน รู้สึกเสมือนข้อหัวเข่าติดขยับทุกข์ยากลำบาก มีลักษณะตึงๆข้อเข่า



3. ความรู้การใช้งานข้อหัวเข่าน้อย เช่น ไม่สามารถที่จะเดินขึ้นลงบันไดได้ ขึ้นลงรถยนต์ทุกข์ยากลำบาก การชูขาใส่กางเกงทุกข์ยากลำบาก ไม่สามารถที่จะทำกิจวัตรที่ทำเป็นประจำได้กระปรี้กระเปร่าอย่างเดิม



ด้วยเหตุดังกล่าว การรู้จักโรคข้อเข้าเสื่อมแล้ว พยายามดูแลแล้วก็รักษาข้อ ไว้ให้ใช้งานนานๆใช้ข้ออย่างถูกแนวทาง ควบคุมน้ำหนักตัวให้เข้าขั้นมาตรฐาน จะเป็นกรรมวิธีการที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการคุ้มครองโรคข้อหัวเข่าเสื่อมในคนสูงอายุถัดไป

สาเหตุโรคข้อเข่าอักเสบ บิม100 ดูแลสุขภาพข้อเข่าอักเสบ





สาเหตุโรคข้อเข่าอักเสบ บิม100 แลสุขภาพข้อเข่าอักเสบ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม มีสาเหตุมาจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งปฏิบัติภารกิจคุ้มครองและก็ดูดซับแรงชนด้านในข้อหัวเข่ามีการผุกร่อนรวมทั้งย่อยสลายลง ถ้าเกิดกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นหลักที่กว้าง กระดูกในข้อหัวเข่าจะเสียดสีคุ้นเคย กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการอักเสบแล้วก็มีลักษณะอาการปวด โดยปกติแม้มีต้นเหตุจากการเสื่อมของข้อชอบเริ่มจากข้อหัวเข่าข้างในก่อน เมื่อมีการสึกมากขึ้นก็เลยเสื่อมทั้งยัง 3 ข้อย่อยเป็น ผิวข้อภายใน ผิวข้อภายนอก รวมทั้งผิวข้อข้างหลังกระดูกสะบ้า



ต้นเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม

-พันธุกรรมรวมทั้งความไม่ดีเหมือนปกติโดยกำเนิดบางจำพวก เป็นต้นว่า ขาหรือหัวเข่าผิดแบบ

-อายุรวมทั้งเพศ โดยเมื่อแก่ขึ้น ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการซ่อมตนเองของ-กระดูกอ่อนก็ลดน้อยลง ยิ่งกว่านั้น หญิงที่แก่มากยิ่งกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีลักษณะท่าทางของการเกิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชายที่อายุเสมอกัน

-น้ำหนักตัวมากมาย (BMI มากยิ่งกว่า 23 กิโลกรัม/มัธยม2)

-เรื่องราวเจ็บที่ข้อหัวเข่า ซึ่งทำให้ได้โอกาสกำเนิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้สูง โดยบางทีอาจสำเร็จจาก





--อาการบาดเจ็บ โดยถึงแม้ว่าร่างกายจะมีการซ่อมตนเองข้างหลังอาการบาดเจ็บ -ส่วนประกอบข้อหัวเข่าก็บางทีอาจไม่แข็งแรงดังเดิม

--ได้รับการดูแลและรักษาผิดจำเป็นต้อง

-การใช้ข้อหัวเข่าหักโหมบ่อยๆหรืออาการบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นต้องงอเข่ามากจนเกินไป ได้แก่ -การคุกหัวเข่า หรือนั่งยองๆซึ่งทำให้หัวเข่าจะต้องรับแรงกดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหรือบ่อย

-โรคไขข้ออักเสบ ดังเช่นว่า รูมาตอยด์ เกาท์ ทำให้กระดูกอ่อนถูกทำลายตราบจนกระทั่งหมดไป ก่อให้เกิดลักษณะของการปวดรวมทั้งข้อติดแข็งตามมา



อาการและอาการแสดงของโรคข้อเข้าเสื่อม



อาการและก็อาการแสดงของคนที่มีภาวะข้อเข้าเริ่มเสื่อม แบ่งได้ 3 ลักษณะดังนี้



1. อาการปวด บวม ที่ข้อเข่า ดังเช่นว่า ลักษณะของการปวดรอบๆข้อหัวเข่าขณะเดิน หรือขณะเดินขึ้นลงบันได บางคนอาจมีลักษณะของการปวดเวลากลางคืนในระหว่างที่นอน หรือ ปวดระหว่างที่นั่งพักได้ หรือมีลักษณะอาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยืนลงน้ำหนักนานๆในรายที่มีการอักเสบของข้อหัวเข่าจะมีลักษณะข้อเข่าบวมเป็นๆหายๆ



2. อาการข้อฝืด หรือ ตึงข้อขณะเคลื่อน ดังเช่นมีลักษณะหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ไม่อาจจะขยับข้อเข้าได้ตามเดิม หรือ มีลักษณะขณะแปลงท่าดังเช่น ปวดหัวเข่าเมื่อลุกขึ้นยืน หรือ เดิน รู้สึกเสมือนข้อหัวเข่าติดขยับทุกข์ยากลำบาก มีลักษณะตึงๆข้อเข่า



3. ความรู้การใช้งานข้อหัวเข่าน้อย เช่น ไม่สามารถที่จะเดินขึ้นลงบันไดได้ ขึ้นลงรถยนต์ทุกข์ยากลำบาก การชูขาใส่กางเกงทุกข์ยากลำบาก ไม่สามารถที่จะทำกิจวัตรที่ทำเป็นประจำได้กระปรี้กระเปร่าอย่างเดิม



ด้วยเหตุดังกล่าว การรู้จักโรคข้อเข้าเสื่อมแล้ว พยายามดูแลแล้วก็รักษาข้อ ไว้ให้ใช้งานนานๆใช้ข้ออย่างถูกแนวทาง ควบคุมน้ำหนักตัวให้เข้าขั้นมาตรฐาน จะเป็นกรรมวิธีการที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการคุ้มครองโรคข้อหัวเข่าเสื่อมในคนสูงอายุถัดไป

BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม





BIM100 อาหารเสริมน้ำมังคุด ดูแลสุขภาพโรคข้อเข่าเสื่อม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/23

โทร 089-071-8889, 094-709-4444

Line ID : @jumbolife ((อย่าลืมใส่ @ ด้วยนะค่ะ))

หรือคลิกลิงค์ http://line.me/ti/p/%40jumbolife



โรคข้อเข่าเสื่อม

โรคข้อเข่าเสื่อม มีสาเหตุมาจากการที่กระดูกอ่อนซึ่งปฏิบัติภารกิจคุ้มครองและก็ดูดซับแรงชนด้านในข้อหัวเข่ามีการผุกร่อนรวมทั้งย่อยสลายลง ถ้าเกิดกระดูกอ่อนนี้เสียหายเป็นหลักที่กว้าง กระดูกในข้อหัวเข่าจะเสียดสีคุ้นเคย กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการอักเสบแล้วก็มีลักษณะอาการปวด โดยปกติแม้มีต้นเหตุจากการเสื่อมของข้อชอบเริ่มจากข้อหัวเข่าข้างในก่อน เมื่อมีการสึกมากขึ้นก็เลยเสื่อมทั้งยัง 3 ข้อย่อยเป็น ผิวข้อภายใน ผิวข้อภายนอก รวมทั้งผิวข้อข้างหลังกระดูกสะบ้า



ต้นเหตุของโรคข้อเข่าเสื่อม

-พันธุกรรมรวมทั้งความไม่ดีเหมือนปกติโดยกำเนิดบางจำพวก เป็นต้นว่า ขาหรือหัวเข่าผิดแบบ

-อายุรวมทั้งเพศ โดยเมื่อแก่ขึ้น ความรู้ความเข้าใจสำหรับเพื่อการซ่อมตนเองของ-กระดูกอ่อนก็ลดน้อยลง ยิ่งกว่านั้น หญิงที่แก่มากยิ่งกว่า 50 ปีขึ้นไปจะมีลักษณะท่าทางของการเกิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้มากกว่าเพศชายที่อายุเสมอกัน

-น้ำหนักตัวมากมาย (BMI มากยิ่งกว่า 23 กิโลกรัม/มัธยม2)

-เรื่องราวเจ็บที่ข้อหัวเข่า ซึ่งทำให้ได้โอกาสกำเนิดข้อหัวเข่าเสื่อมได้สูง โดยบางทีอาจสำเร็จจาก





--อาการบาดเจ็บ โดยถึงแม้ว่าร่างกายจะมีการซ่อมตนเองข้างหลังอาการบาดเจ็บ -ส่วนประกอบข้อหัวเข่าก็บางทีอาจไม่แข็งแรงดังเดิม

--ได้รับการดูแลและรักษาผิดจำเป็นต้อง

-การใช้ข้อหัวเข่าหักโหมบ่อยๆหรืออาการบางสิ่งบางอย่างที่จำเป็นต้องงอเข่ามากจนเกินไป ได้แก่ -การคุกหัวเข่า หรือนั่งยองๆซึ่งทำให้หัวเข่าจะต้องรับแรงกดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าธรรมดาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหรือบ่อย

-โรคไขข้ออักเสบ ดังเช่นว่า รูมาตอยด์ เกาท์ ทำให้กระดูกอ่อนถูกทำลายตราบจนกระทั่งหมดไป ก่อให้เกิดลักษณะของการปวดรวมทั้งข้อติดแข็งตามมา



อาการและอาการแสดงของโรคข้อเข้าเสื่อม



อาการและก็อาการแสดงของคนที่มีภาวะข้อเข้าเริ่มเสื่อม แบ่งได้ 3 ลักษณะดังนี้



1. อาการปวด บวม ที่ข้อเข่า ดังเช่นว่า ลักษณะของการปวดรอบๆข้อหัวเข่าขณะเดิน หรือขณะเดินขึ้นลงบันได บางคนอาจมีลักษณะของการปวดเวลากลางคืนในระหว่างที่นอน หรือ ปวดระหว่างที่นั่งพักได้ หรือมีลักษณะอาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่อยืนลงน้ำหนักนานๆในรายที่มีการอักเสบของข้อหัวเข่าจะมีลักษณะข้อเข่าบวมเป็นๆหายๆ



2. อาการข้อฝืด หรือ ตึงข้อขณะเคลื่อน ดังเช่นมีลักษณะหลังจากที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้ว ไม่อาจจะขยับข้อเข้าได้ตามเดิม หรือ มีลักษณะขณะแปลงท่าดังเช่น ปวดหัวเข่าเมื่อลุกขึ้นยืน หรือ เดิน รู้สึกเสมือนข้อหัวเข่าติดขยับทุกข์ยากลำบาก มีลักษณะตึงๆข้อเข่า



3. ความรู้การใช้งานข้อหัวเข่าน้อย เช่น ไม่สามารถที่จะเดินขึ้นลงบันไดได้ ขึ้นลงรถยนต์ทุกข์ยากลำบาก การชูขาใส่กางเกงทุกข์ยากลำบาก ไม่สามารถที่จะทำกิจวัตรที่ทำเป็นประจำได้กระปรี้กระเปร่าอย่างเดิม



ด้วยเหตุดังกล่าว การรู้จักโรคข้อเข้าเสื่อมแล้ว พยายามดูแลแล้วก็รักษาข้อ ไว้ให้ใช้งานนานๆใช้ข้ออย่างถูกแนวทาง ควบคุมน้ำหนักตัวให้เข้าขั้นมาตรฐาน จะเป็นกรรมวิธีการที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการคุ้มครองโรคข้อหัวเข่าเสื่อมในคนสูงอายุถัดไป

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เป็นโรคกระเพาะมา10ปี อาการดีขึ้นเมื่อทานบิม100





เป็นโรคกระเพาะมา10ปี อาการดีขึ้นเมื่อทาน บิม100

สอบถามรายละเอียด

http://www.bim100foryou.com/p/3

โทร.  094 709 4444  /   088 826 4444

แอดไลน์  @jumbolife  [อย่าลืมใส่@ด้วยนะคะ]

หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโรคกระเพาะ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือเกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในระยะเวลารวดเร็ว เป็นในระยะสั้น ๆ และหายภายใน 1-2 สัปดาห์  หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นระยะเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้



ทั้งนี้คำว่าโรคกระเพาะ เป็นคำเรียกรวม ๆ ของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีแผลในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลาย ซึ่งครอบคลุมหลายโรคด้วยกัน ตั้งแต่แผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผล โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่กล่าวถึง





สภาวะปกติภายในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ต้องมีการสร้างชั้นเยื่อเมือกเคลือบป้องกันกรด ซึ่งเยื่อเมือกที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยต่อมที่มีหน้าที่ในการหลั่งกรดและเอนไซม์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่เมื่อกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรด เอนไซม์ และเมือกที่ช่วยเคลือบป้องกันกระเพาะอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลต่อการย่อยอาหารนานขึ้น ผิวกระเพาะอาหารเกิดอักเสบได้ง่าย


อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



อาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันออกไป หรือในบางรายอาจไม่พบอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง รู้สึกไม่สบายช่องท้องส่วนบน มีอาการท้องเฟ้อ อิ่มง่าย จุกหน้าอก แน่นท้อง เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกคลื่นไส้หลังการรับประทานอาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบไม่พบที่มีอาการร้ายแรง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) และยาบรเทาอาการปวดอื่น ๆ มีการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด



การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



แพทย์จะสอบถามประวัติ อาการเบื้องต้น การตรวจร่างกาย เพื่อค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดหลังผู้ป่วยมีอาการที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รวมไปถึงการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรือการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร โดยการตรวจเลือด การตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ

บิม100 โรคกระเพาะ ทานข้าวไม่เป็นเวลา





บิม100 โรคกระเพาะ ทานข้าวไม่เป็นเวลา

สอบถามรายละเอียด

http://www.bim100foryou.com/p/3

โทร.  094 709 4444  /   088 826 4444

แอดไลน์  @jumbolife  [อย่าลืมใส่@ด้วยนะคะ]

หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโรคกระเพาะ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือเกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในระยะเวลารวดเร็ว เป็นในระยะสั้น ๆ และหายภายใน 1-2 สัปดาห์  หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นระยะเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้



ทั้งนี้คำว่าโรคกระเพาะ เป็นคำเรียกรวม ๆ ของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีแผลในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลาย ซึ่งครอบคลุมหลายโรคด้วยกัน ตั้งแต่แผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผล โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่กล่าวถึง





สภาวะปกติภายในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ต้องมีการสร้างชั้นเยื่อเมือกเคลือบป้องกันกรด ซึ่งเยื่อเมือกที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยต่อมที่มีหน้าที่ในการหลั่งกรดและเอนไซม์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่เมื่อกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรด เอนไซม์ และเมือกที่ช่วยเคลือบป้องกันกระเพาะอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลต่อการย่อยอาหารนานขึ้น ผิวกระเพาะอาหารเกิดอักเสบได้ง่าย


อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



อาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันออกไป หรือในบางรายอาจไม่พบอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง รู้สึกไม่สบายช่องท้องส่วนบน มีอาการท้องเฟ้อ อิ่มง่าย จุกหน้าอก แน่นท้อง เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกคลื่นไส้หลังการรับประทานอาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบไม่พบที่มีอาการร้ายแรง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) และยาบรเทาอาการปวดอื่น ๆ มีการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด



การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



แพทย์จะสอบถามประวัติ อาการเบื้องต้น การตรวจร่างกาย เพื่อค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดหลังผู้ป่วยมีอาการที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รวมไปถึงการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรือการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร โดยการตรวจเลือด การตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ

บิม100 ดูแลสุขภาพอาการโรคกระเพาะ





บิม100 ดูแลสุขภาพอาการโรคกระเพาะ

สอบถามรายละเอียด

http://www.bim100foryou.com/p/3

โทร.  094 709 4444  /   088 826 4444

แอดไลน์  @jumbolife  [อย่าลืมใส่@ด้วยนะคะ]

หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโรคกระเพาะ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือเกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในระยะเวลารวดเร็ว เป็นในระยะสั้น ๆ และหายภายใน 1-2 สัปดาห์  หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นระยะเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้



ทั้งนี้คำว่าโรคกระเพาะ เป็นคำเรียกรวม ๆ ของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีแผลในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลาย ซึ่งครอบคลุมหลายโรคด้วยกัน ตั้งแต่แผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผล โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่กล่าวถึง





สภาวะปกติภายในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ต้องมีการสร้างชั้นเยื่อเมือกเคลือบป้องกันกรด ซึ่งเยื่อเมือกที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยต่อมที่มีหน้าที่ในการหลั่งกรดและเอนไซม์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่เมื่อกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรด เอนไซม์ และเมือกที่ช่วยเคลือบป้องกันกระเพาะอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลต่อการย่อยอาหารนานขึ้น ผิวกระเพาะอาหารเกิดอักเสบได้ง่าย


อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



อาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันออกไป หรือในบางรายอาจไม่พบอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง รู้สึกไม่สบายช่องท้องส่วนบน มีอาการท้องเฟ้อ อิ่มง่าย จุกหน้าอก แน่นท้อง เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกคลื่นไส้หลังการรับประทานอาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบไม่พบที่มีอาการร้ายแรง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) และยาบรเทาอาการปวดอื่น ๆ มีการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด



การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



แพทย์จะสอบถามประวัติ อาการเบื้องต้น การตรวจร่างกาย เพื่อค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดหลังผู้ป่วยมีอาการที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รวมไปถึงการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรือการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร โดยการตรวจเลือด การตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ

ทานข้าวไม่ตรงเวลา อาการโรคกระเพาะ บิม100





ทานข้าวไม่ตรงเวลา อาการโรคกระเพาะ บิม100

สอบถามรายละเอียด

http://www.bim100foryou.com/p/3

โทร.  094 709 4444  /   088 826 4444

แอดไลน์  @jumbolife  [อย่าลืมใส่@ด้วยนะคะ]

หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโรคกระเพาะ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือเกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในระยะเวลารวดเร็ว เป็นในระยะสั้น ๆ และหายภายใน 1-2 สัปดาห์  หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นระยะเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้



ทั้งนี้คำว่าโรคกระเพาะ เป็นคำเรียกรวม ๆ ของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีแผลในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลาย ซึ่งครอบคลุมหลายโรคด้วยกัน ตั้งแต่แผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผล โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่กล่าวถึง





สภาวะปกติภายในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ต้องมีการสร้างชั้นเยื่อเมือกเคลือบป้องกันกรด ซึ่งเยื่อเมือกที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยต่อมที่มีหน้าที่ในการหลั่งกรดและเอนไซม์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่เมื่อกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรด เอนไซม์ และเมือกที่ช่วยเคลือบป้องกันกระเพาะอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลต่อการย่อยอาหารนานขึ้น ผิวกระเพาะอาหารเกิดอักเสบได้ง่าย


อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



อาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันออกไป หรือในบางรายอาจไม่พบอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง รู้สึกไม่สบายช่องท้องส่วนบน มีอาการท้องเฟ้อ อิ่มง่าย จุกหน้าอก แน่นท้อง เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกคลื่นไส้หลังการรับประทานอาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบไม่พบที่มีอาการร้ายแรง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) และยาบรเทาอาการปวดอื่น ๆ มีการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด



การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



แพทย์จะสอบถามประวัติ อาการเบื้องต้น การตรวจร่างกาย เพื่อค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดหลังผู้ป่วยมีอาการที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รวมไปถึงการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรือการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร โดยการตรวจเลือด การตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ

BIM100 อาการโรคกระเพาะ โทร 094 7094444





BIM100 อาการโรคกระเพาะ

สอบถามรายละเอียด

http://www.bim100foryou.com/p/3

โทร.  094 709 4444  /   088 826 4444

แอดไลน์  @jumbolife  [อย่าลืมใส่@ด้วยนะคะ]

หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโรคกระเพาะ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือเกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในระยะเวลารวดเร็ว เป็นในระยะสั้น ๆ และหายภายใน 1-2 สัปดาห์  หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นระยะเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้



ทั้งนี้คำว่าโรคกระเพาะ เป็นคำเรียกรวม ๆ ของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีแผลในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลาย ซึ่งครอบคลุมหลายโรคด้วยกัน ตั้งแต่แผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผล โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่กล่าวถึง





สภาวะปกติภายในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ต้องมีการสร้างชั้นเยื่อเมือกเคลือบป้องกันกรด ซึ่งเยื่อเมือกที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยต่อมที่มีหน้าที่ในการหลั่งกรดและเอนไซม์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่เมื่อกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรด เอนไซม์ และเมือกที่ช่วยเคลือบป้องกันกระเพาะอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลต่อการย่อยอาหารนานขึ้น ผิวกระเพาะอาหารเกิดอักเสบได้ง่าย


อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



อาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันออกไป หรือในบางรายอาจไม่พบอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง รู้สึกไม่สบายช่องท้องส่วนบน มีอาการท้องเฟ้อ อิ่มง่าย จุกหน้าอก แน่นท้อง เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกคลื่นไส้หลังการรับประทานอาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบไม่พบที่มีอาการร้ายแรง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) และยาบรเทาอาการปวดอื่น ๆ มีการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด



การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



แพทย์จะสอบถามประวัติ อาการเบื้องต้น การตรวจร่างกาย เพื่อค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดหลังผู้ป่วยมีอาการที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รวมไปถึงการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรือการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร โดยการตรวจเลือด การตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ

ลดกรดในอาหาร บิม100 อาการกรดไหลย้อน





ลดกรดในอาหาร บิม100 อาการกรดไหลย้อน

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



รู้จักโรคกรดไหลย้อน สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันอย่างถูกต้อง



กรดไหลย้อนเป็นโรคหนึ่งที่เกี่ยวกับระบบกระเพาะอาหาร ซึ่งมักจะเกิดได้ง่ายกับทุกคน และสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างมากทีเดียว โดยโรคนี้อาจดูเหมือนไม่เป็นอันตราย แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนก็จะทำให้อาการรุนแรงได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับโรคกรดไหลย้อนให้มากขึ้น เพื่อป้องกันและเตรียมตัวรับมือเมื่อเกิดอาการนั่นเอง โดยเฉพาะในบุคคลที่เสี่ยง เช่น คนอ้วนและหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น



โรคกรดไหลย้อนคืออะไร ?

กรดไหลย้อนคือโรคที่เกิดจากการที่มีกรดออกมาในขณะย่อยอาหารมากเกินไป เมื่ออาหารที่ย่อยแล้วถูกบีบลงไปในลำไส้ จึงทำให้กรดส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการแสบแน่นในทรวงอก และรู้สึกได้ถึงรสเปรี้ยว แสบในคอ ซึ่งใช้เวลานานกว่าอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงไป หรืออาจต้องรับประทานยาลดกรดไหลย้อนร่วมด้วย



ทำไมถึงเรียกอาการนี้ว่า Heartburn ?

มันอาจฟังดูประหลาดที่เรียกอาการนี้ว่า Heartburn ในเมื่อไม่ได้เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจแต่อย่างใด คำอธิบายก็คืออาการนี้มักเกิดขึ้นกลางหน้าอกค่อนไปข้างล่าง ดังนั้นจึงเรียกว่า Heartburn เพราะรู้สึกว่ารอบ ๆ หัวใจมีอาการแสบร้อนเหมือนไหม้





สาเหตุ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน มี 2 สาเหตุหลักด้วยกัน คือ ความผิดปกติของกระเพาะอาหาร และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน ซึ่งมีดังนี้



1.สาเหตุจากกระเพาะอาหารผิดปกติ



หูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารเสื่อม โดยส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากหูรูดเสื่อมสภาพไปตามช่วงวัยและอายุที่มากขึ้น จึงทำให้อาหารและน้ำย่อยในกระเพาะถูกดันกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่าย เป็นผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อน จึงนิยมให้วัยสูงอายุรับประทานอาหารอ่อน ๆ และรสชาติกลาง ๆ มากกว่า



กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง ทำให้อาหารและน้ำย่อยที่ย่อยแล้วคั่งอยู่ในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่สามารถบีบตัวให้ลงสู่ลำไส้ได้หมดในทันที เป็นผลให้เกิดแรงดันในกระเพาะอาหารมากขึ้น ซึ่งจะทำให้หูรูดถูกดันเปิดออกและดันเอาอาหารและน้ำย่อยย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารนั่นเอง



ปัจจัยอื่น ๆ เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร โดยเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้บ่อย เช่น ปริมาตรของกระเพาะเพิ่มขึ้น กระเพาะอาหารขยายตัวมากขึ้น เป็นต้น



2.สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ


โรคอ้วน ในคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องที่สูงกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งส่งผลให้ความดันในกระเพาะอาหารสูงขึ้นตามไปด้วย จึงเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้มากกว่าปกติ



การตั้งครรภ์ เนื่องจากในภาวะครรภ์ที่ใหญ่ขึ้น จึงทำให้เกิดความดันในกระเพาะเพิ่มขึ้นไปด้วย ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์จึงเสี่ยงต่ออาการกรดไหลย้อนได้สูง



การสูบบุหรี่ เป็นผลให้กรดในกระเพาะอาหารหลั่งออกมามากขึ้นและทำให้กระเพาะอาหารเกิดการบีบตัวน้อยลง  จึงมีโอกาสที่กรดจะไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่าย



ความเครียด ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้กระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดออกมามากขึ้น จึงทำให้เสี่ยงสูงต่อโรคกระเพาะและภาวะกรดไหลย้อน

บิม100 สาเหตุโรคกรดไหลย้อน ลดกรดในกระเพาะ





บิม100 สาเหตุโรคกรดไหลย้อน ลดกรดในกระเพาะ

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



รู้จักโรคกรดไหลย้อน สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันอย่างถูกต้อง



กรดไหลย้อนเป็นโรคหนึ่งที่เกี่ยวกับระบบกระเพาะอาหาร ซึ่งมักจะเกิดได้ง่ายกับทุกคน และสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างมากทีเดียว โดยโรคนี้อาจดูเหมือนไม่เป็นอันตราย แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนก็จะทำให้อาการรุนแรงได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับโรคกรดไหลย้อนให้มากขึ้น เพื่อป้องกันและเตรียมตัวรับมือเมื่อเกิดอาการนั่นเอง โดยเฉพาะในบุคคลที่เสี่ยง เช่น คนอ้วนและหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น



โรคกรดไหลย้อนคืออะไร ?

กรดไหลย้อนคือโรคที่เกิดจากการที่มีกรดออกมาในขณะย่อยอาหารมากเกินไป เมื่ออาหารที่ย่อยแล้วถูกบีบลงไปในลำไส้ จึงทำให้กรดส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการแสบแน่นในทรวงอก และรู้สึกได้ถึงรสเปรี้ยว แสบในคอ ซึ่งใช้เวลานานกว่าอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงไป หรืออาจต้องรับประทานยาลดกรดไหลย้อนร่วมด้วย



ทำไมถึงเรียกอาการนี้ว่า Heartburn ?

มันอาจฟังดูประหลาดที่เรียกอาการนี้ว่า Heartburn ในเมื่อไม่ได้เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจแต่อย่างใด คำอธิบายก็คืออาการนี้มักเกิดขึ้นกลางหน้าอกค่อนไปข้างล่าง ดังนั้นจึงเรียกว่า Heartburn เพราะรู้สึกว่ารอบ ๆ หัวใจมีอาการแสบร้อนเหมือนไหม้





สาเหตุ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน มี 2 สาเหตุหลักด้วยกัน คือ ความผิดปกติของกระเพาะอาหาร และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน ซึ่งมีดังนี้



1.สาเหตุจากกระเพาะอาหารผิดปกติ



หูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารเสื่อม โดยส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากหูรูดเสื่อมสภาพไปตามช่วงวัยและอายุที่มากขึ้น จึงทำให้อาหารและน้ำย่อยในกระเพาะถูกดันกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่าย เป็นผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อน จึงนิยมให้วัยสูงอายุรับประทานอาหารอ่อน ๆ และรสชาติกลาง ๆ มากกว่า



กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง ทำให้อาหารและน้ำย่อยที่ย่อยแล้วคั่งอยู่ในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่สามารถบีบตัวให้ลงสู่ลำไส้ได้หมดในทันที เป็นผลให้เกิดแรงดันในกระเพาะอาหารมากขึ้น ซึ่งจะทำให้หูรูดถูกดันเปิดออกและดันเอาอาหารและน้ำย่อยย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารนั่นเอง



ปัจจัยอื่น ๆ เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร โดยเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้บ่อย เช่น ปริมาตรของกระเพาะเพิ่มขึ้น กระเพาะอาหารขยายตัวมากขึ้น เป็นต้น



2.สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ


โรคอ้วน ในคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องที่สูงกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งส่งผลให้ความดันในกระเพาะอาหารสูงขึ้นตามไปด้วย จึงเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้มากกว่าปกติ



การตั้งครรภ์ เนื่องจากในภาวะครรภ์ที่ใหญ่ขึ้น จึงทำให้เกิดความดันในกระเพาะเพิ่มขึ้นไปด้วย ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์จึงเสี่ยงต่ออาการกรดไหลย้อนได้สูง



การสูบบุหรี่ เป็นผลให้กรดในกระเพาะอาหารหลั่งออกมามากขึ้นและทำให้กระเพาะอาหารเกิดการบีบตัวน้อยลง  จึงมีโอกาสที่กรดจะไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่าย



ความเครียด ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้กระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดออกมามากขึ้น จึงทำให้เสี่ยงสูงต่อโรคกระเพาะและภาวะกรดไหลย้อน

Bim100 ลดกรดในอาหาร โรคกรดไหลย้อน





Bim100 ลดกรดในอาหาร โรคกรดไหลย้อน

สอบถามเพิ่มเติม

http://www.bim100foryou.com/

โทร 094-709-4444 ,  089-071-8889,

        094-435-0404 , 088-826-4444

ไลน์:  @jumbolife หรือคลิกลิ้งค์  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



รู้จักโรคกรดไหลย้อน สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการป้องกันอย่างถูกต้อง



กรดไหลย้อนเป็นโรคหนึ่งที่เกี่ยวกับระบบกระเพาะอาหาร ซึ่งมักจะเกิดได้ง่ายกับทุกคน และสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยได้เป็นอย่างมากทีเดียว โดยโรคนี้อาจดูเหมือนไม่เป็นอันตราย แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนก็จะทำให้อาการรุนแรงได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรทำความเข้าใจกับโรคกรดไหลย้อนให้มากขึ้น เพื่อป้องกันและเตรียมตัวรับมือเมื่อเกิดอาการนั่นเอง โดยเฉพาะในบุคคลที่เสี่ยง เช่น คนอ้วนและหญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น



โรคกรดไหลย้อนคืออะไร ?

กรดไหลย้อนคือโรคที่เกิดจากการที่มีกรดออกมาในขณะย่อยอาหารมากเกินไป เมื่ออาหารที่ย่อยแล้วถูกบีบลงไปในลำไส้ จึงทำให้กรดส่วนหนึ่งไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการแสบแน่นในทรวงอก และรู้สึกได้ถึงรสเปรี้ยว แสบในคอ ซึ่งใช้เวลานานกว่าอาการจะค่อย ๆ ทุเลาลงไป หรืออาจต้องรับประทานยาลดกรดไหลย้อนร่วมด้วย



ทำไมถึงเรียกอาการนี้ว่า Heartburn ?

มันอาจฟังดูประหลาดที่เรียกอาการนี้ว่า Heartburn ในเมื่อไม่ได้เป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับหัวใจแต่อย่างใด คำอธิบายก็คืออาการนี้มักเกิดขึ้นกลางหน้าอกค่อนไปข้างล่าง ดังนั้นจึงเรียกว่า Heartburn เพราะรู้สึกว่ารอบ ๆ หัวใจมีอาการแสบร้อนเหมือนไหม้





สาเหตุ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน มี 2 สาเหตุหลักด้วยกัน คือ ความผิดปกติของกระเพาะอาหาร และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน ซึ่งมีดังนี้



1.สาเหตุจากกระเพาะอาหารผิดปกติ



หูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารเสื่อม โดยส่วนมากจะพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากหูรูดเสื่อมสภาพไปตามช่วงวัยและอายุที่มากขึ้น จึงทำให้อาหารและน้ำย่อยในกระเพาะถูกดันกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่าย เป็นผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อน จึงนิยมให้วัยสูงอายุรับประทานอาหารอ่อน ๆ และรสชาติกลาง ๆ มากกว่า



กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง ทำให้อาหารและน้ำย่อยที่ย่อยแล้วคั่งอยู่ในกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน เนื่องจากไม่สามารถบีบตัวให้ลงสู่ลำไส้ได้หมดในทันที เป็นผลให้เกิดแรงดันในกระเพาะอาหารมากขึ้น ซึ่งจะทำให้หูรูดถูกดันเปิดออกและดันเอาอาหารและน้ำย่อยย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารนั่นเอง



ปัจจัยอื่น ๆ เกี่ยวกับกระเพาะอาหาร โดยเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้บ่อย เช่น ปริมาตรของกระเพาะเพิ่มขึ้น กระเพาะอาหารขยายตัวมากขึ้น เป็นต้น



2.สาเหตุจากปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ


โรคอ้วน ในคนอ้วนจะมีความดันในช่องท้องที่สูงกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งส่งผลให้ความดันในกระเพาะอาหารสูงขึ้นตามไปด้วย จึงเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อนได้มากกว่าปกติ



การตั้งครรภ์ เนื่องจากในภาวะครรภ์ที่ใหญ่ขึ้น จึงทำให้เกิดความดันในกระเพาะเพิ่มขึ้นไปด้วย ดังนั้น หญิงตั้งครรภ์จึงเสี่ยงต่ออาการกรดไหลย้อนได้สูง



การสูบบุหรี่ เป็นผลให้กรดในกระเพาะอาหารหลั่งออกมามากขึ้นและทำให้กระเพาะอาหารเกิดการบีบตัวน้อยลง  จึงมีโอกาสที่กรดจะไหลย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ง่าย



ความเครียด ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้กระเพาะอาหารมีการหลั่งกรดออกมามากขึ้น จึงทำให้เสี่ยงสูงต่อโรคกระเพาะและภาวะกรดไหลย้อน

วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561

อาการโรคมะเร็งเต้านม Bim100 ดูแลสุขภาพโรคมะเร็งเต้านม





อาการโรคมะเร็งเต้านม Bim100 ดูแลสุขภาพโรคมะเร็งเต้านม

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/20

โทร.  094-709-4444  ,  088-826-4444  ,  089-071-8889  ,  094-435-0404

ไลน์  :   @jumbolife (มี@ข้างหน้าด้วยนะคะ)หรือคลิ๊ก https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



ก้อนหรือติ่งที่เกิดขึ้นใหม่ในเต้านมเป็นสัญญาณที่พบได้มากที่สุดของโรคมะเร็งเต้านม



เหตุเพราะวิธีการทำแมมโมแกรมเพื่อคัดเลือกกรองผู้เจ็บป่วยแปลงเป็นแนวทางที่นิยมใช้ตรวจโรคมะเร็งเต้านมมากยิ่งขึ้น ปริมาณคนเจ็บที่ถูกตรวจเจอก่อนออกอาการก็เลยมากขึ้น แต่ในบางครั้งการตรวจด้วยแมมโมแกรมก็บางทีอาจพลาดได้ด้วยเหมือนกัน อีกทั้งจากการตรวจที่บกพร่องหรือข้อเท็จจริงที่ว่าไม่อาจจะตรวจเจอโรคมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมได้ถึง 15% อย่างยิ่งจริงๆ (เรียกกันว่า “ mammographically occult cancer”) แล้วก็เพศหญิงผู้คนจำนวนมากมีเหตุมีผลเยอะแยะที่จะไม่เข้าตรวจด้วยแมมโมแกรมจากที่หมอเสนอแนะ



ของกินที่ไม่เป็นผลดีสำหรับสุขภาพ 5 อย่างที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเต้านม

อาการ

ถึงแม้ว่าผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็งเต้านมโดยมากจะไม่มีการแสดงอาการอะไรก็แล้วแต่กระทั่งจะตรวจเจอโรคที่เกิดจากวิธีการทำแมมโมแกรม แม้กระนั้นสัญญาณของโรคมะเร็งเต้านมที่พบบ่อยก็คือมีก้อนที่เต้านม ก้อนในเต้านมที่มีลักษณะท่าทางว่าจะเป็นโรคมะเร็งนั้นจะไม่เจ็บ แข็ง และไม่เขยื้อน ทั้งมีขอบแปลกๆแต่บางที่โรคมะเร็งเต้านมก็มีลักษณะนุ่มหรือเป็นกลมๆอีกทั้งบางทีอาจปวดด้วย



หากแม้อาการข้างล่างนี้จะสามารถมีต้นเหตุจากปัจจัยอื่นที่ไม่ใช่โรคมะเร็งเต้านม แม้กระนั้นหากคุณมีลักษณะอาการแล้วล่ะก็ คุณควรจะไปพบหมอ ซึ่งอาการที่ว่าดังเช่นว่า:



-เต้านมมีขนาดหรือรูปร่างแปรไป

-มีก้อนหรือแผ่นดกข้างในหรือใกล้ๆเต้านม หรืออยู่รอบๆใต้วงแขน

-เต้านมบวมทั้งหมดทั้งปวงหรือเพียงแค่เล็กน้อย (แม้กระทั่งไม่ทราบสึกว่ามีก้อนใดๆ)

-ระคานเคืองผิวรอบๆอก

-ผิวหนังรอบๆเต้านมร่น หรือผิวโบ๋เป็นหลุมราวกับผิวส้ม (เรียกว่า "peau d'orange")

-เจ็บที่เต้านมหรือจุกนม

-จุกนมบุบ

-จุกนม ขอบรอบศีรษะนม(รอบๆผิวสีคล้ำรอบศีรษะนม)หรือผิวเต้านมมีสีแดง เป็นสะเก็ดหรือครึ้มขึ้น

-มีของเหลวที่ไม่ใช่นมไหลออกมาจากจุกนม



บางครั้งบางคราวโรคมะเร็งเต้านมแผ่ขยายไปยังต่อมน้ำเหลืองใต้แขนหรือบริเวณกระดูกไหปลาร้าและก็ส่งผลให้เกิดก้อนหรือมีลักษณะบวมขึ้นที่รอบๆนั้นๆก่อนที่จะเนื้องอกในเยื่อเต้านมจะเริ่มใหญ่มากพอที่พวกเราจะรู้สึกได้ ถ้าหากพบว่าต่อมน้ำเหลืองบวม คุณจำต้องเจอหมอในทันทีทันใด



การวิเคราะห์โรคมะเร็งเต้านม

การทดลองแล้วก็กรรมวิธีที่ใช้วินิจฉัยโรคโรคมะเร็งเต้านม ดังเช่น



การตรวจเต้านม (Breast exam): เพื่อตรวจค้นก้อนหรือความผิดแปลกของเต้านม โดยหมอจะลูบคลำอกทั้งสองข้างรวมถึงต่อมน้ำเหลืองรอบๆจั๊กกะแร้ด้วย



การตรวจภาพรังสีเต้านม แมมโมแกรม (Mammogram): การตรวจคัดเลือกกรองด้วยแมมโมแกรมจะเอ็กซ์เรย์เต้านมของคุณเพื่อตรวจพาเรื่องผิดปกติหรือความเคลื่อนไหวอะไรก็แล้วแต่ในเต้านมของคุณ ถ้ามีอะไรน่าสงสัยหมอจะให้ท่านตรวจวิเคราะห์ด้วยแมมโมแกรมเพื่อตรวจค้นเรื่องผิดปกติดังกล่าวข้างต้นได้สนิทสนมแจ่มชัดเพิ่มขึ้น



อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): สำหรับเพื่อการอัลตราซาวนด์ คลื่นเสียงจะสร้างภาพส่วนประกอบลึกๆในร่างกาย การอัลตราซาวนด์เต้านมบางทีอาจช่วยแยกระหว่างก้อนแข็งหรือถุงของเหลวที่อยู่ด้านในเต้านม


การตัดชิ้นเนื้อตรวจวิเคราะห์ (Biopsy): สำหรับเพื่อการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งไปเพื่อทำการตรวจนั้น แบบอย่างเยื่อจะถูกเอาออกจากเต้านมรวมทั้งส่งไปยังห้องทดลองเพื่อกระทำพินิจพิจารณา ที่ห้องทดลองจะมีการระบุจำพวกของเซลล์ที่เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ความร้ายแรงของโรคมะเร็ง แล้วก็ไตร่ตรองว่าเซลล์ของโรคมะเร็งนั้นมีอวัยวะรับสัมผัสที่บางทีอาจได้รับผลพวงจากการดูแลและรักษาไหม



การตรวจเอ็กซ์เรย์ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): MRI คือการใช้คลื่นแม่เหล็กแล้วก็คลื่นวิทยุฉายภาพข้างในหน้าอก



หมอบางทีอาจใช้การตรวจหรือขั้นตอนอื่นๆวิเคราะห์แม้จำเป็นต้อง