วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561

บิม100 โรคกระเพาะ ทานข้าวไม่เป็นเวลา





บิม100 โรคกระเพาะ ทานข้าวไม่เป็นเวลา

สอบถามรายละเอียด

http://www.bim100foryou.com/p/3

โทร.  094 709 4444  /   088 826 4444

แอดไลน์  @jumbolife  [อย่าลืมใส่@ด้วยนะคะ]

หรือคลิ๊ก  https://line.me/R/ti/p/%40jumbolife



โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าโรคกระเพาะ เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบหรือเกิดการระคายเคืองบริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในระยะเวลารวดเร็ว เป็นในระยะสั้น ๆ และหายภายใน 1-2 สัปดาห์  หรือมีอาการบ่อยครั้งเป็นระยะเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้



ทั้งนี้คำว่าโรคกระเพาะ เป็นคำเรียกรวม ๆ ของโรคที่เกิดจากภาวะที่มีแผลในเยื่อบุกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นถูกทำลาย ซึ่งครอบคลุมหลายโรคด้วยกัน ตั้งแต่แผลในกระเพาะอาหาร โรคกระเพาะอาหารชนิดที่ไม่มีแผล โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่กล่าวถึง





สภาวะปกติภายในกระเพาะอาหารจะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ต้องมีการสร้างชั้นเยื่อเมือกเคลือบป้องกันกรด ซึ่งเยื่อเมือกที่ว่านี้จะประกอบไปด้วยต่อมที่มีหน้าที่ในการหลั่งกรดและเอนไซม์ต่าง ๆ เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร แต่เมื่อกระเพาะอาหารเกิดการอักเสบขึ้นจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะการติดเชื้อโรคต่าง ๆ ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรด เอนไซม์ และเมือกที่ช่วยเคลือบป้องกันกระเพาะอาหารได้น้อยลง จึงส่งผลต่อการย่อยอาหารนานขึ้น ผิวกระเพาะอาหารเกิดอักเสบได้ง่าย


อาการของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



อาการที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันออกไป หรือในบางรายอาจไม่พบอาการชัดเจน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้อง รู้สึกไม่สบายช่องท้องส่วนบน มีอาการท้องเฟ้อ อิ่มง่าย จุกหน้าอก แน่นท้อง เรอบ่อย อาหารไม่ย่อย หรือรู้สึกคลื่นไส้หลังการรับประทานอาหาร ไม่มีความอยากอาหาร ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบไม่พบที่มีอาการร้ายแรง แต่หากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นนานเป็นสัปดาห์หรือมากกว่านั้น โดยเฉพาะอยู่ในช่วงการรับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) และยาบรเทาอาการปวดอื่น ๆ มีการอาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็นเลือดหรือมีสีดำผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด



การวินิจฉัยโรคกระเพาะอาหารอักเสบ



แพทย์จะสอบถามประวัติ อาการเบื้องต้น การตรวจร่างกาย เพื่อค้นหาสาเหตุที่แน่ชัดหลังผู้ป่วยมีอาการที่แพทย์สงสัยว่าจะเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รวมไปถึงการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Endoscopy) การเอกซเรย์กระเพาะอาหารด้วยการกลืนแป้งแบเรียมเพื่อตรวจดูความผิดปกติ หรือการตรวจหาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร โดยการตรวจเลือด การตรวจอุจจาระ หรือการตรวจด้วยวิธีการพ่นลมหายใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น