วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

บิม100 ดูแลสุขภาพโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน โทร 094 435 0404





บิม100 ดูแลสุขภาพโรคกระเพาะ กรดไหลย้อน

BIM100 น้ำมังคุด อาหารเสริมสมุนไพร สร้างภูมิสมดุล

สอบถามเพิ่มเติม

https://www.jumbolifeshop.com/p/20

โทร 088-826-4444 , 094-709-4444

        089-071-8889 , 094-435-0404

LINE ID : @Jumbolife






โรคกระเพาะอาหาร



สาเหตุของโรคกระเพาะ

       

       โรคกระเพาะอาหารมีกลไกการเกิดที่ซับซ้อนมาก และเกิดได้จากหลายสาเหตุ ในแต่ละสาเหตุจะทำให้เกิดภาวะที่มีกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารมากเกินไป จนทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหาร แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ

     

       1. กลุ่มโรคกระเพาะชนิดมีแผล อาจเป็นแผลตรงกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น

       - สาเหตุเกิดจากการใช้ยาต้านการอักเสบบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน อินโดเมทาซิน นาโพรเซน ไพร็อกซิแคม ไดโคลฟีแนก ฯลฯ ซึ่งก็คือยาแก้ปวดปวดต่างๆ

       - ติดเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacterpylori) หรือ เอชไพโลไร (H. pylori) ซึ่งติดต่อได้จากการกินอาหาร เชื้อนี้จะอาศัยอยู่ในชั้นเมือกที่ปกคลุมผิวกระเพาะอาหาร แล้วสร้างสารที่เป็นด่างออกมาเจือจางกรดที่อยู่รอบๆ ตัวมัน และสร้างสารพิษทำลายเซลล์เยื่อบุผิวของกระเพาะอาหารได้ จึงทำให้เซลล์เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร อาจเรื้อรังถึงขั้นมะเร็งกระเพาะอาหารได้

     

       2. กลุ่มโรคกระเพาะที่ไม่มีแผล มีสาเหตุที่หลากหลาย

       - การรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา

       - การรับประทานอาหารที่มีรสชาติเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด

       - ภาวะกรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นมาหลอดอาหาร

       - การสูบบุหรี่

       - การดื่มสุรา กาแฟ

       - ความเครียด

       ปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดการระคายเคืองจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง แล้วนำไปสู่การเกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้นได้






   

       อาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหาร

     

       1. ปวดแบบรุนแรงที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจเกิดจากโรคอื่นๆ นอกเหนือจากโรคกระเพาะได้ เช่น นิ่วในถุงน้ำดีหรือตับอ่อนอักเสบ

       2. ปวดแบบเป็นๆ หายๆ มาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน เป็นการปวดท้องที่เกี่ยวข้องกับมื้ออาหาร เช่น ปวดขณะหิวหรืออิ่ม แต่เป็นการปวดแบบทนได้ และเมื่อรับประทานยาลดกรดหรืออาหารแล้วมีอาการดีขึ้น

       3. ปวดแน่นท้องกลางดึกหลังจากที่หลับไปแล้ว

       4. บางคนอาจมีอาการกำเริบเวลากินยาแอสไพริน ยาแก้ปวดข้อ ดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟ ของมันๆ ของหวานๆ อาหารที่ย่อยยากหรือกำเริบในช่วงที่รับประทานอาหารผิดเวลาหรือปล่อยให้หิวนานๆ หรือเวลาที่มีความเครียด



     

       วิธีป้องกันโรคกระเพาะอาหาร

     

       - งดสูบบุหรี่และงดดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด

       - งดการใช้ยาแก้ปวดและยารักษาโรคข้อกระดูกอักเสบทุกชนิด ถ้าจำเป็นต้องใช้ยากลุ่มนี้ ควรปรึกษาแพทย์

       - อย่าเครียด ควรหาวิธีการผ่อนคลายความเครียดและความวิตกกังวล รวมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ

       - อย่านอนดึก พอยิ่งดึกเราก็จะยิ่งหิว เพราะกรดถูกหลั่งออกมาในท้องมากเกินไป

       - ควรรับประทานอาหารในจำนวนที่น้อยแต่ให้บ่อยมื้อขึ้น ไม่ควรรับประทานจนอิ่มมากเกินไปในแต่ละมื้ออาหาร

       - ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา

       - ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสชาติที่เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด ของหมักดอง น้ำอัดลม กาแฟ ของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยว เพราะว่าอาหารเหล่านี้จะทำให้น้ำย่อยหลั่งออกมามากกว่าปกติ

       - ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

     

       ทั้งนี้ โรคกระเพาะอาหารไม่ถือว่าเป็นโรคที่อันตราย สิ่งที่ควรระวังคือ โรคกระเพาะอาหารมักจะเป็นเรื้อรัง เมื่อรักษาแผลหายไปแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ควรจะปฏิบัติตนให้ถูกต้องหากปล่อยไว้จนเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น เช่น ภาวะเลือดออกในกระเพาะอาหาร กระเพาะทะลุ และกระเพาะอุดตัน ก็สามารถทำให้ผู้ป่วยถึงขั้นแก่เสียชีวิตได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น