ยาอายุวัฒนะ เห็ดหลินจือ แก้ปัยหาโรคเบาหวาน ความดันโลหิต มะเร็ง
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.Linhzhiminkorea.com
โทร 089-071-8889 , 094-709-4444 , 094-435-0404
Line ID : @jumbolife
โรคเบาหวานคืออะไร
เป็นกลุ่มโรคซึ่งมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของการสร้างหรือการออกฤทธิ์ หรืออาจจะเกิดจากกลไกทั้งสอง ผลจากการที่น้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำให้เกิดหลอดเลือดแข็งและมีโอกาสทำลายไต สมอง หัวใจ ได้
โรคเบาหวานมี 2 ชนิด
1.เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากตับอ่อน ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอ เนื่องจากเบตาเซลล์ (bela cells) ของตับอ่อนถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย วิธีแก้ จึงต้องรับอินซูลินเพิ่มเติม
2.เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นเบาหวานที่พบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเกิดจากตับอ่อน ยังสามารถสร้างอินซูลินได้ แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ผู้ป่วยต้องควบคุมอาหาร หรือ ใช้ยาชนิดรับประทานหรือฉีดอินซูลิน
ตับอ่อนมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานอย่างไร
ตับอ่อน เป็นอวัยวะที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งของร่างกายเรา ทำหน้าที่หลายอย่างในระบบย่อยอาหาร ตับอ่อนจะอยู่ช่องท้องส่วนล่างใต้ตับ และกระเพาะอาหาร มีหน้าที่ 2 ประการหลักคือ
1.ผลิตเอนไซม์ (เอนไซม์ คือ กลุ่มโปรตีนที่สามารถเร่งปฏิกิริยาทางเคมี ที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิต) เพื่อช่วยย่อยอาหาร ได้แก่ ย่อยอไขมัน ย่อยแป้ง และ ทำหน้าที่ย่อยโปรตีน
2.ผลิตฮอร์โมน ฮอร์โมนที่สำคัญคือ อินซูลิน ทำหน้าที่ช่วยลำเลียงน้ำตาล ในกระแสเลือดไม่สู่เซลล์ต่างๆ เพื่อให้เผาพลาญเป็นพลังงาน ถ้าเผื่อตับอ่อนไม่ดี จะเกิดภาวะน้ำตาลตกค้างภายในกระแสเลือด แล้วจะกลายเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคเบาหวานนั่นเอง
ดังนั้น เมื่อท่านไปเจาะเลือดหรืออัลตราซาวด์ เห็นควรให้ความสำคัญกับตับอ่อนด้วย
วิธีการสังเกตอาการ
เมื่อพบอาการดังต่อไปนี้
1.ปัสสาวะมากขึ้น หรือบ่อยครั้งขึ้น
2.ปัสสาวะกลางคืนบ่อยขึ้น (ช่วงนอนแล้วถึงตื่นนอนเช้า)
3.หิวน้ำบ่อยและดื่มน้ำในปริมาณที่มากๆ
4.เหนื่อยง่ายไม่มีเรี่ยวแรง
5.น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าหากน้ำหนักมากมาก่อน
6.ติดเชื้อบ่อยกว่าปกติ เช่น ติดเชื้อทางผิวหนังและกระเพาะอาหาร
7.สายตาพร่า มองเห็นไม่ชัด
8.เป็นแผลหายยาก
โรคแทรกซ้อนอันเกิดจากเบาหวาน
1.โรคหัวใจและหลอดเลือด
คนที่เป็นโรคเบาหวานจะควบคู่กับโรคความดันโลหิตสูง เพราะน้ำตาลที่ไปเกาะอยู่ตามหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบแคบอักเสบจึงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นกับการสูบฉีดโลหิต
2.โรคตา
ตาจะเป็นอวัยวะที่เกิดโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน ที่พบคือ ต้อกระจก ต้อหิน เบาหวานขึ้นจอประสาทตา จอประสาทตาลอก หากวินิจฉัยช้าอาจทำให้ตาบอด
3.โรคแทรกซ้อนที่ขา
เนื่องจากโรคเบาหวาน มักจะร่วมกับโรคความดันโลหิจสูง ไขมันในเส้นเลือด อ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบ เลือดไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงในส่วนต่างๆ ได้ จึงทำให้เกิดแผลโดยเฉพาะที่ขาและเท้า
4.โรคแทรกซ้อนทางไต
มักเกิดกับผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้หลอดเลือดที่เข้าไปเลี้ยงไตตีบแข็ง ทำให้ไตกรองของเสียได้ไม้เต็มที่ และจะเสื่อมลงในที่สุด จึงสามารถดูได้จากค่า eGFR ต้องอยู่ระหว่าง 60-130 ถ้าต่ำกว่า 60 แสดงว่าการทำงานของไตลดประสิทธิภาพลง ค่าเลือดอีกตัวหนึ่งซึ่งแสดงออกว่าไตเริ่มเสื่อมคือ ค่า Creatinine ต้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.17
5.โรคแทรกซ้อนที่ระบบประสาท
หากเป็นโรคเบาหวานนานๆ หมายถึงระบบการไหลเวียนของเลือดในการเข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่สะดวก นานๆ เข้าโดยเฉพาะระบบประสาท จะทำอันตรายให้เกิด
5.1 เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม แขนขา จะสูญเสียความรู้สึก
5.2 ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา ทำให้การกลืนอาหารรู้สึกติดคอ เจ็บหน้าอก อาหารค้างในกระเพาะ คลื่นไส้อาเจียน แน่นท้อง
5.3 อันตรายต่อระบบปัสสาวะ คือ เส้นระบบประสาทในการควบคุมระบบกระเพาะ ปัสสาวะเสื่อมลง ทำให้การปวดปัสสาวะหายไป ปัสสาวะเก็บกระเพาะ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ
6.โรคแทรกซ้อนอื่นๆ
จากโรคเบาหวานจะต่อเนื่องไปที่โรคไต โรคตา โรคความดัน และระบบประสาทแล้ว สิ่งที่ตามมาที่ปรากฎชัดเจนคือ โรคเครียด อันเกิดจากสภาพร่างกายถือเป็นเรื่องสำคัญสุดอันจะนำไปสู่ผลกระทบต่อสภาพของสังคมครอบครัวโดยรวมอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น