ปัญหาสุขภาพ ตอน มะเร็งตับ
http://www.youtube.com/watch?v=c_l-xXBa2L4
OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคเอสแอลอี SLE สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น
คลิ๊ก!!!
![]() |
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Operation BIM
โทร 089-071-8889 อานนท์
กินอะไรได้บ้าง...เมื่อเป็น"มะเร็งตับ"!!!
สวัสดีค่ะ บันทึกนี้เพื่อผู้ป่วยมะเร็งตับ ที่ต้องได้รับการรักษาแบบประคับประคอง และผู้ดูแลด้วยค่ะ
ก่อนอื่นเรามารู้จักตับของเรากันก่อนดีมั้ยคะ ว่าตับของเรานั้นสำคัญฉะนี้
หน้าที่ของตับ เปรียบเสมือนโรงงานใหญ่ที่คอยจัดการกับสารอาหารต่างๆ เมื่อคนเราทานเข้าไป ตับจะสลายและสร้างสารตัวใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย ขณะเดียวกันสารต่างๆ ที่ร่างกายใช้ไปแล้ว จะกลับมาเผาผลาญที่ตับ เพื่อขับเป็นของเสียออกจากร่างกาย
ตับยังทำหน้าที่อย่างดีเพื่อดูแลสุขภาพของเรา เช่น ขจัดสารพิษหรือเชื้อโรคออกจากเลือด สร้างภูมิคุ้มกันบางอย่างขึ้นมาเพื่อต่อสู้โรคติดเชื้อ นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบในการทำให้เลือดแข็งตัว ทำหน้าที่สร้างน้ำดี ซึ่งมีบทบาทในการดูดซึม ไขมันและวิตามินชนิดละลายในน้ำมันให้กับร่างกายอีกด้วย
เห็นมั้ยคะว่าตับของเรานั้นมีความสำคัญกับร่างกายเรามากแค่ไหน อย่าทำร้ายตับอีกต่อไปเลยนะคะ
แต่ถ้าหากเกิดความผิดปกติขึ้นกับตับขึ้นมาแล้ว ก็อย่าเพิ่งท้อแท้สิ้นหวังนะคะ โรคที่เกิดกับตับมีตั้งแต่ ตับอักเสบ ตับแข็ง ไปจนถึงมะเร็งตับ วันนี้หนึ่งจะพูดถึงมะเร็งตับ ในกรณีที่เมื่อพบว่าป่วยเป็นมะเร็งตับแล้ว การรักษามะเร็งตับนั้นมีวัตถุประสงค์ 2 อย่างด้วยกันคือ รักษาหวังผลให้หายขาด และรักษาเพื่อประคับประคองอาการ ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่มาพบแพทย์มักจะมาด้วยระยะท้ายๆ และแผนการรักษาจึงจำเป็นต้องเป็นแบบที่ 2 ค่ะ
เมื่อสัปดาห์ก่อนหนึ่งได้พูดคุยกับผู้ป่วยมะเร็งตับและญาติ หลังจากพบแพทย์เพื่อฟังผลการตรวจวินิจฉัย พบว่าแผนการรักษาต่อไปคือให้การรักษาแบบประคับประคอง (palliative treatment) ร่วมกับในช่วงปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยกลุ่มนี้เป็นจำนวนมาก ที่ต้องกลับไปรักษาตัวแบบประคับประคอง รักษาตามอาการที่บ้าน หรือที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน เมื่อได้พูดคุยกับผู้ป่วยและญาติแล้ว ทำให้ทราบถึงปัญหาที่ผู้ป่วยและญาติต้องการดังนี้ค่ะ
อาหาร
เรื่องอาหารดูเหมือนจะเป็นเรื่องในอันดับต้นๆที่ผู้ป่วยและญาติต้องการข้อมูลค่ะ
จากการได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยกลุ่มที่ต้องกลับไปรักษาตามอาการที่บ้านจำนวนหลายราย จะพบกับคำถามต่างๆที่เกี่ยวกับอาหารเช่น อาหารที่ห้ามกินมีอะไรบ้าง แล้วกินอะไรได้บ้าง อาหารเสริมกินได้หรือไม่
สำหรับผู้ป่วยที่ยังทานอาหารได้เอง อาจมีอาการเบื่ออาหารบ้างเล็กน้อย
ผู้ป่วยสามารถทานอาหารได้ทุกอย่างเหมือนคนปกติทั่วไปค่ะ ควรทานอาหารพวกแป้ง ผัก ผลไม้สด และอาหารพวกโปรตีนเป็นประจำ ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
แต่ควรระมัดระวังอาหารจำพวกไขมัน ควรกิน ให้น้อยลงกว่าปกติ เนื่องจากตับย่อยไขมันได้น้อยลง ควรหลีกเลี่ยงไขมันจากสัตว์ ให้ใช้ไขมันพืช เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง ที่มีกรดไขมันจำเป็นไลโนเลอิก ถ้าร่างกายมีปัญหามากในการย่อยไขมัน อาจต้องประกอบอาหารด้วยไขมันที่มีห่วงโซ่ขนาดกลาง ที่เรียก ว่า เอ็ม-ซี-ที (MCT = Medium chain triglyceride) ซึ่งพบมากในน้ำมันมะพร้าว เพราะน้ำมันชนิดนี้เมื่อกินเข้า ไปไม่จำเป็นต้องอาศัยน้ำดีมาช่วยย่อย (น้ำดีสร้างมาจากตับถ้าตับเสื่อมลงก็ไม่สามารถสร้างได้)
ผู้ป่วยที่มีอาการเบื่ออาหาร ทานได้น้อย ก็อาจให้ทานในแต่ละมื้อในปริมาณไม่มาก แค่พออิ่มค่ะ แต่เพิ่มจำนวนมื้ออาหารในแต่ละวันจากวันละ 3 มื้อ เป็น 5 มื้อ หรือแบ่งย่อยกว่านั้น แล้วแต่ผู้ป่วยจะรับได้แค่ไหนค่ะ ดังนั้น จึงควรจัดเตรียมอาหารที่สามารถนำมากินได้ทันที เช่น ผลไม้ ถั่วหรือธัญพืชแห้ง หรือเตรียมข้าวต้มข้าวกล้องที่อุ่นไว้เสมอ ซึ่งสามารถมานำมาทานได้ง่ายๆ เป็นต้น
ญาติมีส่วนช่วยเหลือผู้ป่วยในเรื่องการทานอาหารได้โดยช่วยสร้างบรรยากาศการทานอาหารในแต่ละมื้อค่ะ เช่นการพาผู้ป่วยออกไปทานอาหารนอกบ้านบ้าง การทานอาหารร่วมกันในครอบครัว ไม่ควรแยกผู้ป่วยให้ออกมาทานอาหารคนเดียว
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเบื่ออาหารมาก ทานได้น้อย น้ำหนักลดลงรวดเร็ว (Cachexia syndrome) ซึ่งภาวะนี้จะทำให้ผู้ป่วยขาดพลังงานและโปรตีนอย่างมาก แพทย์อาจต้องพิจารณาให้อาหารเสริมทางการแพทย์ร่วมด้วย (ญาติอาจช่วยสังเกตและหากมีอาการเหล่านี้ต้องพามาพบแพทย์เพื่อพิจารณาเสริมอาหารทางการแพทย์)
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการมีท้องมานและบวมหลังเท้า แนะนำให้จำกัดเกลือและลดอาหารเค็ม โดยการหลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงรสชนิดต่างๆ จำพวกน้ำปลา ซีอิ๊ว ในขณะที่กินอาหาร ลดการกินอาหารที่ผ่านการแปรรูป จำพวก ไส้กรอก หมูยอ เป็นต้น เพราะอาหารที่ผ่านการแปรรูปเหล่านี้มักมีการเติมสารที่มีโซเดียมเป็นส่วนประกอบในกระบวนการผลิตอาหาร และควรหลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวต่างๆ ด้วย ที่สำคัญคือ ต้องระวังไม่ดื่มน้ำมากเกินไป โดยทั่วไปไม่ควรเกิน ๖ แก้วต่อวัน หรืออาจต้องลดมากกว่านี้ถ้ามีอาการบวมมาก หรืออาจต้องกินยาขับปัสสาวะตามที่แพทย์สั่งด้วย
นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจจะเป็นพิษต่อตับด้วย เช่น การซื้อยากินเอง กินยาเกินขนาด เพราะยาส่วนใหญ่ถูกทำลายที่ตับ อาจทำให้ภาวะตับแย่ลงกว่าเดิมได้
ต้องออกไปข้างนอกแล้วค่ะ ไว้จะมาเขียนต่อคืนนี้นะคะ
แหะๆ บันทึกนี้คงยาวไปหน่อยซะแล้ว ขอขึ้นบันทึกใหม่ดีกว่าค่ะ
OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคเอสแอลอี SLE สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น
คลิ๊ก!!!
![]() |
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ Operation BIM
โทร 089-071-8889 อานนท์

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น